คุณหมอครับ...ผมไม่อยากเป็นผู้หญิง Ep.11 คำเตือน intersex, dirty talk, sex toy, creampie


          ลำคอผมแห้งผาก ความตั้งใจที่จะอัดฉีดน้ำควยให้ล้นรูหีไม่จางหาย  ผมจับควยจ่อเบียดรูฉ่ำเยิ้ม ที่กำลังขมิบยั่วยวน สายน้ำจ้องมองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการ เด็กน้อยแสนซื่อ กลายเป็นเด็กร่านขี้ยั่วไปเสียแล้ว แต่นั่นก็ถูกใจผมเหลือเกิน

            “อะ อ๊า อาหมอ อื้อ”

            ผมดันลำควยเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่ม หีร้อนรุ่มกำลังตอดรัดทุกครั้งที่กดดันเข้าไป เสียงหวานครางกระเส่าตอบรับความเสียวซ่าน ผมประคองเอวเล็ก แล้วเริ่มอัดเบียดท่อนควยเข้าไปในช่องทางสวาทนั้น

            “เด็กดี...หิวควยขนาดนี้เลยเหรอ”

            ไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าตัวน้อยกำลังยกสะโพกแอ่นหีสู้ควยอย่างไม่คิดจะยอมแพ้ ผมเลยยกมือฟาดก้นกลมไปหนึ่งที ด้วยความหมั่นเขี้ยว เจ้าตัวน้อยร้องครางตกใจ แต่ก็ไม่ถอยหนี ผมเลยให้รางวัลเป็นจูบดูดดื่มที่แทบจะสูบลมหายใจเจ้าเด็กขี้ยั่วตรงหน้า

            “แฮกๆ อาหมอ จูบหนูนานจัง”

            “ก็ปากหนูมันหวาน”

            จะว่าไป ผมก็กลายเป็นคนที่พูดจาแบบนี้ไปเสียได้  สะโพกขยับบดเบียดแนบชิด โพรงนุ่มตอดควยเป็นอย่างดี ความเสียวซ่านไหลผ่านทั้งลำกาย ผมฟัดแก้มนุ่ม ดมกลิ่นหอมกรุ่นจากร่างตรงหน้า

            “อะ อ๊า ปากอาหมอก็หวาน หนูชอบให้อาหมอจูบหนู”

            “อาก็ชอบจูบหนูเหมือนกัน”

            ดวงตาของผมเหมือนกับจะพร่าเบลอไปกับความน่ารักที่เจ้าตัวน้อยส่งมาให้ กายเล็กแอ่นเข้าหา ทำให้ช่วงล่างของพวกเราแนบชิดเสียดสีรุนแรงมากขึ้น ผมบีบขยี้หัวนมน้อยที่แข็งชันสู้สายตา สายน้ำครางเสียงหวานจนผมแทบคลั่ง เลยเร่งซอยสะโพกกระแทกท่อนควยให้หนักหน่วงขึ้น

            “ซี๊ดดด อาจะปล่อยน้ำควยให้ล้นหีหนูเลย”

            “อะ อ๊า อาหมอ หีหนูจะปลิ้นไหม อาหมอเย็ดหนูแรงจัง อะ อ๊า”

            ให้ตายเถอะ เจ้าเด็กนี่ อยากจะโดนผมเย็ดจนหีปลิ้นก็พูดมาตรงๆ เพราะนั่นไม่ใช่คำถามเพื่อขอความเมตตา แต่มันทำให้ผมเงี่ยนเสียจนทนไม่ไหวอีกแล้วต่างหาก ผมจับขาเล็กพาดบ่าไว้ข้างหนึ่ง ก่อนจะเริ่มซอยกระเด้าควยให้มุดรูหีซ้ำๆ จนผิวเนื้อมันรูดตามควย

            “หึหึ อาจะเย็ดให้หีปลิ้น ให้หีโบ๋เลย”

            “อาหมอ อ๊า  เบา อื้อ เบาหน่อยสิ อ๊า”

            สวบ สวบ สวบ

            จะให้เบาได้ยังไง ในเมื่อหีมันรัดควยแนบแน่นขนาดนี้ ผมซูดปากด้วยความกระสันอยาก ยิ่งกระเด้า ยิ่งเย็ด ก็ยิ่งมันควย ไม่เคยคิดมาก่อนว่าได้เย็ดแฟนเด็กแล้วมันจะดีอย่างนี้

            “อะ อ๊า เสียวหี ซี๊ดดด”

            เจ้าตัวน้อยของผมครางลั่น มือดันหน้าท้องให้ผมถอยห่าง แต่ผมเลือกที่จะกลั่นแกล้ง กระแทกดังปัก ให้ควยมุดเข้าไปจนสุดลำ มือก็เอื้อมไปรูดชักควยเล็กให้สายน้ำเสียวไปพร้อมๆกัน

            “เสียวมากไหมหืม”

            ผมเร่งจังหวะ บดบี้รูสวาทให้หนักหน่วง พร้อมกับใช้มือบีบเค้นหน้าอกเล็กที่มันนุ่มนิ่มเต็มมือ ยามที่โดนบีบขยี้ที่หัวนมน้อย แผ่นอกบางก็แอ่นเข้าหา

            “เสียว...อาหมอจ๋า หนูเสียวมากๆเลย”

            “อาก็เสียวเหมือนกัน อ่า...”

            ภายในตัวของสายน้ำทั้งรัด ทั้งตอด ร้อนระอุบีบรัดอย่างต่อเนื่อง ความเสียวกระสันนั่นทำให้ผมสอดใส่รุนแรงขึ้น ท่อนควยพ่นฉีดน้ำเชื้อเข้าไปในร่างเล็ก สายน้ำผวากอดรัดผมไว้แน่น ผมก้มลงไปฟัดแก้มขาว พรมจูบไปจนถึงซอกคอ ก่อนจะตัดสินใจถอนควยออกจากรูหี น้ำควยที่พ่นไว้ไหลทะลักเยิ้มออกมา

            “เด็กไม่ดี...หกเลอะหมดแล้ว”

            ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะสุขสมจนเก็บกลั้นน้ำเงี่ยนของผมเอาไว้ไม่ได้ ผมมองร่างน้อยที่นอนอ้าขาอยู่ตรงหน้า แล้วตัดสินใจเปิดลิ้นชักโต๊ะใกล้ๆ หยิบบางอย่างที่เตรียมไว้ออกมา

            “นั่นอะไรเหรอครับ...”

            “หนูคงไม่เคยใช้...มันอาจจะไม่ดีเท่าของอา แต่ก็อุดหีน้อยๆของหนูไม่ให้ปล่อยน้ำเลอะเทอะได้”

            ดิลโด้อันเขื่อง แต่เล็กกว่าควยของผมจ่อเข้าที่รูแดงสวย สายน้ำเบิกตากว้าง ร่างกายสะดุ้ง ยามที่ผมดุนดันมันเข้าไป ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ปกติเคยเห็นแต่ยามที่มันกลืนกินควยของจริง พอเห็นมันกลืนควยปลอมเข้าไปแบบนี้ ก็เป็นภาพที่กระตุ้นความเงี่ยนของผมได้เหมือนกัน

            “อะ อื้อ อาหมอ หนูไม่ชอบเลย มันแปลก”

            เจ้าตัวน้อยกำลังงอแง ผมกดเปิดสวิตซ์ให้มันสั่นในร่างเล็ก สะโพกสวยโยกส่ายไปมา คงจะเสียวซ่านไม่น้อย

            “ขนาดไม่ชอบ ยังขมิบหีรัดเสียแน่น ถ้าชอบ...ไม่รัดควยปลอมขาดเลยเหรอ”

            ผมแกล้งแหย่ มองดิลโด้สีชมพูกำลังสั่นสะท้านในรูร่าน ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มองรูก้นที่ขมิบอ้าหุบเหมือนเชื้อเชิญ และเป็นผมเองที่อดใจไม่ไหว ดันสะโพกมนให้ลอยเด่น ก่อนจะก้มลงไปใช้ทั้งลิ้นและปาก หยอกเย้ากับรูจีบด้านหลัง

            “อะ อ๊า อาหมอจ๋า หนูเสียวก้น”

            “แผลบ แผลบ”

            ช่องทางด้านหลังฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำลาย ยิ่งดูด ยิ่งเลีย ก็ยิ่งอ่อนนุ่ม จนคิดว่าต่อจากนี้คงจะรองรับของที่ใหญ่กว่าลิ้นไปได้ไม่ยาก ผมสอดนิ้วเข้าข้างใน แรงบีบรัดทำให้ผมต้องซูดปาก แค่คิดว่าจะได้แทงควยเข้าไปในรูอ่อนนุ่ม ก็เผลอกลืนน้ำลายจนได้ ไม่ว่าจะรูหน้าหรือรูหลังก็น่าอร่อยไปซะหมด

            “อะ อ๊า!”

            ควยแข็งขืนจ่อจรดที่ปากทาง ก่อนที่ผมจะกดตัวแทรกเข้าไป ช่องทางรักกลืนกินท่อนควยอย่างหิวโหย ผมจับดิลโด้ชักเข้าออกรูหีไปพร้อมกับแทรกตัวเข้าไปในร่างน้อย

            ภาพตรงหน้าช่างหยาบโลน และเร้าอารมณ์ ไม่ว่าจะรูไหนก็ถูกเติมเต็มจนรูแน่นขยายโอบรัดไปหมด

            “ซี๊ดดด เด็กดี หิวควยมากใช่ไหม อาจะเย็ดให้รูมีแต่น้ำควยเลย”

            ยิ่งแทนตัวเองว่าอา ผมก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตาแก่โรคจิต ที่กำลังลวนลามเด็กที่ไม่มีทางสู้ แต่สิ่งที่เข้าใจผิด คือเด็กมันแอ่นรูสู้ควยไม่ถอยต่างหาก แถมยังบดส่ายสะโพก ส่งสายตาอ้อนวอนให้กัน

            “อาหมอ อ๊า ขยับสิ หนูทรมาน”

            “ขยับควยไหนดีล่ะหืม”

            ผมแกล้งถาม มองเจ้าตัวน้อยที่น้ำตาคลอ จิกนิ้วบนเตียงอย่างกระสัน เห็นแล้วอยากจะฟัดให้จมเตียง กระเด้าให้รูแหกจนบานอ้าหุบไม่ลง

            “ทุกควยเลย โดยเฉพาะควยอาหมอ ร้อน....มันร้อน หนูชอบ”

            “ซี๊ดด เด็กร่านควย ทำไมถึงยั่วควยแบบนี้”

            ปัก ปัก ปัก

            ผมดันร่างน้อยให้แทบจะลอยตั้งฉากกับพื้นเตียง ก่อนจะย่อกายคร่อมร่าง แล้วตอกกระแทกลำควยเข้าหารูร่าน ไม่ต่างจากตอกเสาเข็มกับพื้น เสียงดังปักปักจนเจ้าตัวน้อยน้ำแตก ตัวสั่นระริก ส่งเสียงครางร้องลั่น

            “อะ อูย แหก รูหนูจะแหก”

            “ซี๊ดด หีโดนแค่ควยปลอม มันจะไปแหกอะไร ไหน...ขมิบก้นรัดควยอาอีก โอ้วว”

            รูก้นตอดรัดควยผมไม่ยอมปล่อย ผมเร่งจังหวะตอกควยใส่หนักหน่วงขึ้น สายน้ำร้องลั่น ในขณะที่ผมเมามันกับรูด้านหลัง มองรูหีด้านหน้าที่กำลังขมิบรัดควยปลอม เห็นแล้วก็ยิ่งเงี่ยน น้ำหีไหลเยิ้มไปหมด ผมจับร่างน้อยให้พลิกคว่ำตัวอยู่ในท่าคลาน รั้งสะโพกสวยเข้ามาใกล้ แล้วดันควยเข้าไปให้ลึก เร่งซอยสะโพกหนักหน่วง จนร่างกายเล็กสั่นคลอน

            “รู้ไหมว่าหนูร่านแค่ไหน  ร่านควยจริงจนหีบีบควยปลอมหลุดเลยเหรอเนี่ย”

            พรวดดด

            ดิลโด้ที่ผมเคยสอดกระแทกเข้าไป ถูกเจ้าตัวบีบดันออกมาจนร่วงหลุด เด็กน้อยหันมามองผมตาเยิ้ม รูหีบีบไล่น้ำควยก่อนหน้าจนหยดไหลลงเตียง

            “ก็หนูชอบควยอาหมอมากกว่า  อ๊ะ อ๊า อยากโดนควยอาหมอเย็ดหี”

            “แม่งเอ้ย!”

            ผมสบถ ความอดทนแทบไม่เหลือ ไม่คิดว่าเด็กน้อยของผมจะร่านและยั่วขนาดนี้ ผมถอนควยออกจากรูก้น แล้วไปจ่อที่รูหีฉ่ำแฉะ

            ปัก!

            “อ๊า!!! ควยอาหมอ”

            “ใช่...ควยอาเอง หนูชอบใช่ไหม อาจะเย็ดหีหนูให้ช้ำเลย”

            ยอมรับว่ารู้สึกดีไม่น้อย ที่แฟนเด็กบอกว่าชอบควยจริงมากกว่าควยปลอม ผมปัดดิลโด้ทิ้งลงพื้น ดึงกระชากชุดนอนซีทรูอย่างรุนแรง ยามมันอยู่บนร่างเล็กก็น่ารัก น่าขยี้ แต่ยามที่ร่างนี้ไม่สวมใส่อะไรเลย ก็น่าเย็ดเป็นที่สุด ผมจับชุดนอนถอดออกจากร่าง เพราะอยากจะฟัดทำรอยรักให้ทั่ว อยากจะใช้ปากสัมผัสไปทั่วผิวกายเนียนละมุนนี้

            “อะ อ๊า อาหมอ อูย อื้อ”

            “เด้งก้นเข้าหาแบบนี้  เอาใจอาเหรอครับ น่ารักจังนะ”

            ผมก้มลงไปกดจูบที่ไหล่มน ซอยกระเด้าควยเข้าหีแดงช้ำจนเกิดเสียงดังเนื้อกระทบกันดังลั่นห้อง เลื่อนมือไปสัมผัสหน้าท้องบางก็พบว่ามันกำลังนูนพอง ตามควยที่สวนกระแทกเข้าไปด้านใน

            “อา...อาหมอ แฮกๆ ลึกจัง จุกไปหมดเลย”

            “หัวควยคงกระแทกโดนมดลูกหนูแน่ๆ ซี๊ดดด ถ้าหนูไม่กินยาคุม คงจะมีเบบี้ให้อาไปแล้ว”

            ผมแตกในตัวของเด็กน้อยไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ถ้าไม่ให้สายน้ำคอยกินยาคุม ป่านนี้เจ้าตัวคงท้องโต ต้องท้องลูกของผม แค่คิดว่าท้องที่แบนราบจะพองขยายเพราะจะมีสิ่งมีชีวิตถือกำเนิด ใจผมก็เต้นรัวแรง

            อยากเย็ดจนท้อง...อยากให้เด็กคนนี้ท้องลูกของผม

            “หนู...หนูก็อยากท้อง แฮกๆ อยากมีตัวเล็กให้อาหมอ อะ อื้อ”

            “ซี๊ดด อ่า...อาก็อยากมีลูกกับหนูเหมือนกัน อยากจะเย็ดให้หนูท้องเลย แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ อ่า..”

            ปัก ปัก ปัก

            ผมโน้มกายลงไปโอบกอดคนใต้ล่าง จับใบหน้าเล็กมารับจูบจากตัวเอง ถึงอยากจะเย็ดให้ท้อง แต่ก็อยากก็ให้สายน้ำเรียนให้จบก่อน ถ้าจะให้ท้องไป เรียนไป แฟนเด็กของผมคงจะลำบากไม่น้อยเลยทีเดียว

            “อร๊างงง มะ ไม่ไหวแล้ว งื้อออ หนูจะเสร็จ”

            ดวงตาคู่สวยเหลือกลอย น้ำลายไหลเยิ้มที่มุมปาก ผมซูดปาก มือช่วยรูดชักควยเล็กให้เสร็จสม ส่วนตัวเองก็สอดควยให้เข้าไปลึก กายน้อยกระตุก รูหีขมิบตอดกระตุกด้านใน ผมจึงรับรู้ได้ว่าสายน้ำเสร็จสมถึงปลายทาง ควยผมกระตุกในรูหี ยิ่งเจ้าตัวเสร็จสม ก็ยิ่งบีบควยเสียแน่น ผมชักควยออก สอดใส่เนิบนาบ กดแช่ข้างใน ปล่อยให้น้ำเงี่ยนของตัวเองไหลทะลักเข้าไปในรูหีคับแคบ ในหัวเกิดจิตนาการเรื่องที่ใจร้าย อย่างเช่นการให้เด็กสักคนเกิดมา ทั้งรู้สึกดีและรู้สึกผิด อยากจะอุ้มเด็กตัวน้อยๆที่คลอดจากร่างกายนี้ 

            “แฮกๆๆ อาหมอ”

            เหมือนสายน้ำจะเหนื่อยหอบ และผมเองก็ไม่ต่างกัน ผมถอนลำควยออก รูหีในตอนนี้เริ่มโบ๋จนไม่อาจกักเก็บน้ำขาวขุ่นเอาไว้ได้ ร่างกายที่ฟุบนอนหอบนั้นดูเย้ายวน ไหนจะช่วงล่างที่เลอะเปียกไปทั้งน้ำหีน้ำควย ช่างเป็นภาพที่กระตุ้นความเงี่ยนและความต้องการภายในตัวผมได้อย่างดี

            ผมเลือกที่จะนอนลงข้างๆ รั้งเจ้าเด็กตัวเล็กมาสวมกอด แผ่นหลังบางแนบชิดไปกับอกของผม ยามที่ลูบไล้ร่างกายเนียนนุ่ม เหมือนสายน้ำจะสั่นน้อยๆ ดวงตากลมโตปรือมองผมราวกับคนเหนื่อยอ่อน

            “หนูเหนื่อยจัง”

            “อยากนอนแล้วเหรอ...”

            ผมกระซิบถาม มือลูบไล้ผ่านผิวกายเนียนลื่น ไม่ว่าจะสัมผัสเท่าไหร่ก็รู้สึกดี ผมขยับมือไปปัดนิ้วผ่านหัวนมนุ่ม เจ้าของร่างร้องครางแผ่วเบา บดเบียดแผ่นหลังแนบชิดกัน ก้นนุ่มก็ขยับถูไปมา จนร่างกายผมร้อนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ควยที่เคยอ่อนตัวลง ในตอนนี้เริ่มแข็งขยาย เบียดไปกับก้นกลม

            “ควยอาหมอ ดันก้นหนู”

            “หึ...แต่หนูก็ชอบใช่ไหม”

            กดจูบหลังกกหูเล็ก แล้วงับเม้มติ่งหูของเด็กน้อยในอ้อมกอด สายน้ำครางเสียงหวาน พยักหน้ายอมรับอย่างซื่อตรง เด็กน้อยของผมทั้งน่ารัก น่าแกล้ง ผมใช้แขนรวบต้นขาทั้งสองข้างของอีกฝ่าย จนตอนนี้สายน้ำอยู่ในท่วงท่านอนตะแคง แต่งอเข่าขึ้นจนแทบชิดอก ท่อนควยพาดไประหว่างร่องหลืบ ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างกระสัน กับสัมผัสเปียกเยิ้มจากด้านล่าง

            “ร้อน อื้อ...แข็งด้วยครับ”

            “ก็เพราะเด็กขี้ยั่ว อาถึงได้เงี่ยนขนาดนี้”

            “แฮกๆ เพราะหนูเหรอ...”

            มือเล็กเอื้อมมาสัมผัสลำควย ผมกระตุกตัวเล็กน้อย ไม่คิดว่าเจ้าเด็กตรงหน้าจะเอื้อมมือมาจับ ไม่ใช่แค่จับควย แต่ยังรูดรั้งจนผมต้องครางคำรามในลำคอ

            “อาหมอ...จะเย็ดหนูอีกใช่ไหม อึก จะเย็ดหนูรูไหนเหรอครับ อ่า...”

            สายน้ำจับควยผมไปจ่อที่รูก้น หัวควยปัดผ่านรูน้อยนั้นไปมา ก่อนจะจับควยขยับไปให้หัวควยปัดถูกับร่องหี

            “ซี๊ดด เสียวจังอาหมอ แค่หัวควยถู หนู อึก รู้สึกดี”

            “เด็กร่าน...คืนนี้จะไม่นอนใช่ไหม จะมาหาว่าอาใจร้ายไม่ได้แล้วนะ”

            ผมกัดฟันพูด  เอื้อมมือไปจับมือเล็กที่แสนซุกซน ช่างกล้าถาม ว่าผมอยากจะเย็ดรูไหน ไม่ว่ารูหีหรือรูก้น ผมก็เย็ดให้รูแหก รูบาน  เพราะเห็นว่าเหนื่อยเลยจะให้นอนพัก แต่ดูเหมือนว่าผมต้องเปลี่ยนความคิดนี้ซะแล้ว

            .

            .

            .

[สายน้ำ]

          “อะ อึก อาหมอ...”

            ผมลืมตาขึ้นอย่างลำบาก ความรู้สึกหนักอึ้งเกิดขึ้นในร่างกาย ข้างในมันอึดอัดไปหมดเลย เหมือนตัวเองจะขยับตัวไม่ได้ด้วย พอลืมตามองทุกอย่างให้ชัดเจน เลยรู้ว่าตัวเองตกอยู่ในอ้อมกอดของอาหมอ อาหมอกอดจนผมจนถึงเช้า ผมรู้สึกตัวตื่น แต่ก็ยังง่วงอยู่ แถมร่างกายยังรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตัวอีกต่างหาก

            “อ่า...ขมิบหีอีกแล้วนะ”

            เสียงทุ้มดังอยู่ใกล้ๆหู ผมสะดุ้งเล็กน้อย เพราะตกใจ แต่นั่นไม่เท่ากับบางสิ่งที่กระตุกตัวอยู่ในร่างกายของตัวเอง

            อาหมอคาควยไว้ในหีผมจนถึงตอนนี้เลยเหรอ...

            แค่คิด ความร้อนก็กลืนกินไปทั่วใบหน้าของตัวเอง ผมเอี้ยวหน้าหันไปมองคนตัวโต ที่ตอนนี้ไม่ลืมตาด้วยซ้ำ ทว่ากลับใช้แขนกอดรัดผมไว้แน่นขึ้น จนช่วงล่างของพวกเราแนบชิดกัน

            “อาหมอ...อึก เอาออกก่อนได้ไหมครับ...คือมัน”

            พอไม่ได้อยู่ในช่วงทำกิจกรรมหื่นๆกับอาหมอ ผมก็รู้สึกเขินอายขึ้นมา ทว่าอาหมอกลับไม่ยอมถอนควยออก แต่กลับเบียดเข้ามาใกล้มากขึ้น จมูกโด่งสูดดมที่ต้นคอของผม โอบกอดผมเสียเหมือนกับว่าตัวเองจะจมไปอ้อมกอดของอาหมอ

            “ในตัวหนูอุ่น...อาอยากอยู่แบบนี้ อย่าดื้อสิครับ”

            หัวใจผมกำลังทำงานอย่างหนัก ไม่คิดว่าอาหมอจะอ้อนกัน ไม่คิดว่าอาหมอจะพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขนาดนี้ด้วย สุดท้ายผมเลยไม่พูดอะไรต่อ เพราะตัวเองก็รู้สึกง่วงเหมือนกัน  จนเผลอหลับไปอีกทีตอนไหนก็ไม่รู้

            กว่าจะรู้สึกตัวอีกที ก็เหมือนจะเป็นช่วงบ่าย แถมร่างกายของตัวเองก็ไม่ได้ถูกอาหมอโอบรัดอีกแล้ว ผมขยับกายลุกขึ้น รู้สึกได้เลยว่าช่วงล่างแทบไม่เหลือแรง เมื่อคืนผมไม่น่าไปยั่วอาหมอเลย ไม่น่าปล่อยให้อารมณ์พาไป ตอนนี้เลยลำบาก เพราะแทบจะถ่างขาเดิน รู้สึกได้เลยว่ารูหีกับรูก้นมันขยายออกกว้างจนหุบไม่ลง

            “จะไปห้องน้ำเหรอ”

            อาหมอเดินเข้ามาในห้องนอน ผมหลบสายตาที่มองมา นึกขอบคุณอาหมอที่สวมเสื้อผ้าให้กับผมแล้ว ถ้าผมยังไม่ได้สวมอะไร ผมคงจะอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

            “เดินไหวไหม”

            “ไหวครับ”

            ถึงจะบอกว่าไหว แต่ขามันก็สั่น ร่างกายพยายามเดินไปยังห้องน้ำ แต่ดูเหมือนจะไม่ทันใจอาหมอ เขาเลยเดินมาใกล้ แล้วรวบอุ้มผมไปห้องน้ำแทน

            “อาหมอปล่อยหนูเถอะ หนูไปเองก็ได้”

            แม้จะอุ่นวาบในอกด้วยความดีใจ แต่ก็ไม่อยากให้อาหมอลำบาก แต่เหมือนอาหมอจะไม่ฟัง เขาอุ้มผมมาจนถึงห้องน้ำ แล้วปล่อยให้นั่งลงบนชักโครก

            “คือ....อาหมอออกไปก่อนสิครับ”

            ภาพความทรงจำในอดีตยังไม่ลืมเลือน ผมเคยทำอะไรน่าอายในห้องน้ำ อาหมอก็เห็นทุกอย่าง ยิ่งสายตาคมกริบจ้องมา ผมยิ่งต้องหลบมัน แค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว

            “ถ้าไม่ออกล่ะ”

            “อาหมออะ!”

            ผมมองค้อนไปหนึ่งที ได้ยินเสียงเขาหัวเราะ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินออกไป พร้อมกับปิดประตูห้องน้ำให้ นั่นทำให้ผมผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ผมทำธุระส่วนตัวจนเสร็จ ดูเหมือนว่าอาหมอจะล้วงเอาน้ำรักออกมาจากร่างกายของผมแล้ว  ผมลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน เริ่มรู้สึกสดชื่นมากขึ้นกว่าเดิม

            “เอ๊ะ...อาหมอเตรียมน้ำไว้ให้เหรอ”

            ในอ่างอาบน้ำมีน้ำที่เตรียมไว้แล้ว ผมได้แต่อมยิ้ม แล้วพาตัวเองไปนอนแช่อยู่ในอ่างน้ำ รู้สึกสบายตัวไม่น้อย ร่างกายเหมือนได้รับการซ่อมแซม หลังจากที่ผ่านสมรภูมิเซ็กส์ดุเดือดมาแทบทั้งคืน

            “ให้ฉันเข้าไปช่วยดีไหม”

            เสียงทุ้มดังอยู่ด้านนอก ผมเอนกายให้ตัวไหลต่ำลง สั่นหน้าไปมา แค่นี้ก็เขินจะแย่แล้ว ไม่ต้องมาดูแลผมมากกว่านี้หรอกนะครับ

            “ไม่ต้องครับ น้ำขออาบเอง”

            อย่างน้อยก็ให้ผมได้พักหัวใจบ้างเถอะ จะให้เต้นแรง และตื่นเต้นตลอดเวลา  แบบนี้หัวใจของผมคงเหนื่อยแย่ ผมได้ยินเสียงอาหมอตอบรับ เขาไม่ได้บุกเข้ามา อย่างน้อยอาหมอก็ฟังที่ผมขอ

            ผมนอนแช่น้ำอยู่พักหนึ่ง เสียงก็อาหมอก็ดังขึ้นอีกครั้ง เพราะผมคงแช่น้ำนานเกินไปหน่อย อาหมอเลยเข้ามาตาม และอุ้มพาผมออกไปข้างนอก อาหมอวางผมลงบนเตียง  เขาเตรียมชุดไว้ให้ผมแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นชุดลำลองชุดใหม่

            “อาหมอซื้อมาให้น้ำเหรอครับ”

            “อืม ฉันซื้อให้เธอ คิดว่าเหมาะกับเธอ”

            รอยยิ้มอ่อนโยนของอาหมอยิ่งทำให้ผมหวั่นไหว ผมรับชุดนั้นมา มองอาหมอที่ไม่ยอมลุกไปไหน

            “น้ำจะแต่งตัวครับ”

            “ก็แต่งสิ”

            “แต่อาหมออยู่ตรงนี้ น้ำจะแต่งยังไงล่ะครับ”

            ตอนนี้ผมอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ถึงแม้เราจะเคยแก้ผ้าต่อหน้ากัน แต่ในเวลาปกติ ที่ไม่ได้มีอารมณ์อย่างว่ามาครอบงำ มันก็เขินอายอยู่ดี ผมเห็นอาหมอหัวเราะจนตาแทบปิด เขายกมือขยี้หัวของผม

            “นี่ฉันได้แฟนเด็กขี้อายเหรอเนี่ย ทั้งที่เมื่อคืนก็ยั่วฉันไม่หยุดเลยเนี่ยนะ”

            “มันไม่เหมือนกันนี่ครับ!”

            ผมเอียงหัวหนีอาหมอ เขาหัวเราะอีกพักหนึ่งก่อนจะรั้งผมไปใกล้ หอมแก้มผมจนแก้มแทบยุบ

            “งั้นฉันหันหลังให้เธอก็แล้วกัน”

            อาหมอขยับตัวหันหลังให้ผมจริงๆ ผมผ่อนลมหายใจ นึกหงุดหงิดตัวเองเหมือนกัน ที่อยู่ๆก็มาอายต่อหน้าเขา แต่ว่าพอมีสติครบร้อย ไม่ใช่เวลาที่มีอารมณ์แบบนั้น แถมเมื่อคืนผมยังทำตัวร่านขนาดนั้น ความเขินอายมันก็เกิดขึ้นเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ผมยังคงมองอาหมอ พร้อมๆกับรีบแต่งตัว พลางคิดว่าอาหมอจะแอบหันมามองกันหรือเปล่า แต่ดูเหมือนว่าอาหมอจะไม่ได้ผิดคำพูด ไม่นานนักผมก็แต่งตัวเสร็จ พอแต่งตัวเสร็จก็แอบมองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าห้องนอนมันสะอาดขึ้น ชุดนอนที่ผมใส่เมื่อคืนก็ไม่ได้อยู่ที่พื้นห้อง คราบน้ำรักของผมก็ไม่ได้เลอะเทอะบนเตียง เหมือนว่าตอนที่ผมหลับไป อาหมออาจจะเปลี่ยนผ้าปูเตียงไปแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นผมไม่ได้สังเกต

            “ยังไม่เสร็จอีกเหรอ”

            “เสร็จแล้วครับ”

            ผมแต่งตัวเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ทาพวกครีมบำรุงผิวเลย อาหมอก็หันขวับมาหากัน แล้วดึงผมไปฟัดแก้มจนแก้มผมจะช้ำอยู่ ผมยกมือดันหน้าอาหมอออกห่าง ที่ผ่านมาไม่เคยคิดเลยว่าอาหมอจะเป็นคนมือไวใจเร็วขนาดนี้

            “ขอน้ำทาครีมแป๊บเดียวนะครับ”

            ผมขอแค่ทาครีมบำรุงผิวหน้า กับแขนขาไม่นาน อย่างน้อยก็กันแดด อาจเพราะผมเป็นผู้ชาย เลยไม่ได้ดูแลตัวเองมากมายนัก อาหมอพยักหน้า ปล่อยให้ผมขยับตัวไปนั่งหน้ากระจกบานเรียบ ผมมองผ่านกระจก เห็นอาหมอมองผมไม่วางตา ผมส่งรอยยิ้มไปให้ มองเครื่องบำรุงผิวที่วางอยู่ในห้องนอนของอาหมอแล้วก็พลันใจเต้นแรงขึ้นมา

            ตอนนี้ผมเป็นแฟนของอาหมอ...ห้องของอาหมอ ก็เหมือนห้องของผมเลย

            “เสร็จแล้วใช่ไหม...ถึงนั่งเหม่อแบบนี้”

            อาหมอมายืนอยู่ข้างหลังผม แขนแกร่งสอดเข้ามากอดรัดจากด้านหลัง ไม่รู้ว่าผมคิดเองหรือเปล่า แต่อาหมอชอบกอดผมมากกว่าเมื่อก่อน และผมก็ชอบให้อาหมอกอดมากๆเลย

            “เสร็จแล้วครับ”

            “เสร็จแล้วก็ลงไปข้างล่าง ฉันสั่งอาหารมาให้เธอแล้ว ที่จริงอยากจะพาออกไปข้างนอกด้วยซ้ำ แต่กลัวเด็กแถวนี้จะเดินไม่ไหว”

            “ความผิดอาหมอไม่ใช่เหรอครับ”

            ถ้าไม่ใช่เพราะถูกเขาจับกินทั้งคืน ผมก็เดินไหวแล้ว อาหมอหัวเราะเบาๆ แล้วดึงผมให้ลุกขึ้น เขาทำท่าจะอุ้มผมอีก แต่ผมก็รีบส่ายหน้า  ผมอยากเดินลงไปเองมากกว่าถึงจะเดินลำบากหน่อยก็เถอะ

            “เจ็บเหรอ”

            อาหมอคงเห็นผมทำสีหน้าบิดเบี้ยว มันก็เจ็บอยู่หรอก ตอนที่นั่งลงบนเก้าอี้ เก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าวมันไม่ได้นุ่มเหมือนเตียงนี่นา บางทีผมก็เริ่มนึกโกรธตัวเองแล้วเหมือนกัน ที่ไม่ควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไปท้าทายอาหมอ จนต้องมีสภาพย่ำแย่แบบนี้ตอนเช้า

            “น้ำไม่เป็นไรครับ คราวหน้าอาหมอก็อย่าใจร้ายกับน้ำได้ไหมครับ”

            “ฉันน่ะเหรอ...ใจร้าย”

            ผมที่กำลังแกะกล่องอาหารมีอันต้องชะงัก เห็นอาหมอระบายยิ้ม เดินไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำมาเทใส่แก้ว แล้วนั่งลงตรงข้ามกัน ผมขมวดคิ้ว เทผัดไทยใส่จาน

            “ถ้าไม่ใจร้าย จะทำจนถึงเช้าเหรอครับ”

            พูดก็พูดเถอะ ถ้าอาหมอใจดี ผมก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก ความผิดของผมน่ะ ถือว่าไม่มีได้ไหม อาหมอเป็นผู้ใหญ่กว่าก็ต้องรู้สิ ว่าเรื่องแบบนั้น ควรทำถึงเช้าได้เหรอ

            “เธอเองที่ทำให้ฉันตบะแตกเองแท้ๆ แต่กลับมาโทษว่าเป็นความผิดฉัน เธอหรือเปล่า...ที่ใจร้าย”

            ถึงอาหมอจะตำหนิ แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าว่าโกรธ ผมรู้สึกว่าอาหมออ่อนโยนกว่าเมื่อก่อนมาก ผมได้แต่ยู่ปากใส่อาหมอ บอกตามตรงว่าผมไม่โทษอาหมอแล้วก็ได้ ถ้าเกิดเผลอไปท้าทายอาหมออีก ผมก็ต้องหาทางห้าม ไม่ให้อาหมอทำจนผมหมดสภาพแบบนี้

            “วันหยุดสัปดาห์หน้า...”

            อยู่ๆอาหมอก็พูดขึ้น ผมละสายตาจากจานอาหารของตนเอง ตั้งใจฟังอาหมอ สีหน้าอาหมอดูเหมือนกำลังกังวล คิดมากสักอย่าง

            “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

            “เธออยาก...ไปเที่ยวที่ไหนไหม”

            “ทะ...เที่ยวเหรอครับ!”

            หัวใจของผมกำลังทำงานอย่างหนัก เหมือนมันกำลังขยายอยู่เต็มอก ความสุขเอ่อล้นเสียจนผมงุนงง อาหมอเป็นคนที่ยุ่งมาก แต่ก็ยังหาเวลาเลิกงานมาอยู่กับผม ในช่วงวันหยุด พวกเรามักจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นทุกวันหยุด เพราะบางทีผมก็จะไปทำงานกลุ่มกับเพื่อน ผมเคยวาดฝันว่าอยากไปเที่ยวกับอาหมอ

            “ค้างสักคืน...ก็น่าจะดี”

            “อาหมอจะพาน้ำไปจริงๆเหรอครับ”

            “อืม...ถ้าเธออยากไป”

            “อยากไปครับ!”

            ผมตอบออกไปโดยแทบไม่ได้ใช้ความคิดเลยด้วยซ้ำ ก็แค่อยากใช้เวลาร่วมกับอาหมอ อยากอยู่กับอาหมอ ดีใจที่อาหมอจะพาไปเที่ยวด้วย

            เสียงสายเรียกเข้า ทำให้ผมละสายตาจากอาหมอไปมองมือถือของตัวเอง พ่อซันโทรมา ผมจึงกดรับสาย และลุกไปคุยโทรศัพท์

            “ครับ พ่อซัน”

            “พ่อโทรไปตั้งหลายที ทำไมหนูไม่รับสายพ่อคะ”

            “น้ำขอโทษครับ น้ำปิดเสียงไว้”

            อาจเป็นเพราะผมหลับไปนานด้วย เลยไม่รู้ว่าพ่อซันโทรมา ผมผ่อนลมหายใจ หันไปมองอาหมอที่มองผม แล้วส่งยิ้มจางๆให้

            “วันหยุดสัปดาห์หน้า เดี๋ยวพ่อไปรับกลับบ้านนะคะ พ่อคิดถึงหนูจะแย่แล้ว แม่ก็คิดถึง”

            “อ่า...เอ่อ”

            “มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมเงียบไปล่ะ”

            “เปล่าครับ...”

            ผมตอบไปเสียงแผ่ว ยิ่งหันไปมองคนที่กำลังทานมื้อกลางวัน ผมก็รู้สึกผิดขึ้นมาเสียอย่างนั้น แต่จะให้ปฏิเสธพ่อซันก็คงไม่ได้ พ่อซันไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ของผมกับอาหมอ ผมไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับใคร เพราะกลัวว่าจะทำให้ทุกคนผิดหวัง ผมรู้ว่าพ่อซันอยากให้ผมตั้งใจเรียน ไม่อยากให้ผมคิดถึงเรื่องความรัก ที่จริงผมก็อยากบอก แต่อาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้ ผมอยากขอเวลาให้กับตัวเอง ให้ตัวเองได้ใจกล้าและมีความมั่นใจ

            พ่อซันชวนผมคุยอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนที่ผมจะวางสายแล้วกลับมานั่งตรงข้ามกับอาหมอ มือทั้งสองกำโทรศัพท์ในมือเอาไว้แน่น ไม่กล้ามองอาหมอด้วยซ้ำ

            “คือว่า...เอ่อ คือ”

            “มีอะไรหรือเปล่า”

            “สัปดาห์หน้า...”

            “คิดออกแล้วเหรอ ว่าอยากไปที่ไหน”

            รอยยิ้มของอาหมอ ทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นกว่าเดิม ผมสั่นหน้าไปมาช้าๆ นี่เป็นการไปเที่ยวครั้งแรกของพวกเราหลังจากที่ได้เป็นแฟนกันแท้ๆ แต่เป็นผมที่ต้องผิดคำพูด

            “น้ำไปไม่ได้แล้วครับ คือ...สัปดาห์หน้า พ่อซันจะมารับน้ำกลับบ้าน”

            “อืม...”

            การตอบรับของอาหมอ ทำให้ผมใจแป้ว รอยยิ้มของอาหมอหายไป หัวใจของผมเจ็บหน่วงขึ้นมา อาหมอกำลังโกรธผมใช่หรือเปล่า ผมคงเป็นแฟนที่แย่ใช่ไหม ยิ่งอาหมอไม่พูดอะไรต่อแบบนี้ ผมยิ่งกลัว ผมรีบลุกไปหาอาหมอ

            “อาหมอโกรธหนูเหรอ หนูไม่ได้ตั้งใจที่จะรับปากอาหมอแล้วผิดคำพูดนะ แต่...แต่พ่อซันจะมาหาหนู”

            มีเพียงสายตาคู่คมที่ตวัดมองกัน ดูเย็นชาจนผมอยากจะร้องไห้ รู้สึกว่าตามันร้อนผ่าวขึ้นมา

ไม่เอานะ....ไม่อยากงอแง ไม่อยากถูกมองว่าเป็นเด็กขี้แยด้วย

            “อ๊ะ!”

            ผมเซล้มไปนั่งบนตักของอาหมอ อาหมอดึงผมไปนั่งตัก ผมถูกอาหมอกอดเอวเอาไว้ เงยหน้ามองอาหมอ ก็ไม่เห็นสีหน้าเย็นชาแล้ว ผมเห็นอาหมอยิ้มเหมือนกำลังขำผมเสียมากกว่า อาหมอลูบหัวผมเบาๆ

            “ฉันไม่ใช่เด็กสักหน่อย ที่จะโกรธแฟนเพราะเรื่องแค่นี้”

            “นี่อาหมอแกล้งน้ำเหรอครับ!”

            อาหมอชอบแกล้งผมตลอด และผมก็ซื่อบื้อตามอาหมอไม่ทันทุกที เสียงหัวเราะเบาๆ ยิ่งทำให้ผมรู้ว่า อาหมอแกล้งทำเป็นโกรธกัน ผมกอดอก เชิดหน้าหนี ไม่อยากจะคุยกับหมอแล้ว

            “ขี้งอนไปได้ ฉันต้องง้อหรือเปล่าเนี่ย”

            แค่อาหมอวางคางเกยไหล่ผม ผมก็รู้สึกหายงอนแล้ว แต่ก็อยากจะทำใจแข็งบ้าง เพราะอาหมอชอบแกล้งผมประจำเลย ตั้งแต่ก่อนเป็นแฟน ตอนนี้เป็นแฟนก็ยิ่งชอบแกล้ง

            “ทำยังไงดีล่ะ...แฟนเด็กงอนซะแล้วสิ”

            อย่าเอาจมูกมาคลอเคลียที่คอของผมได้ไหม มันสยิว แล้วมันก็รู้สึกเขิน ลมหายใจของอาหมอเป่ารดอยู่ข้างๆหูแบบนี้ เหมือนหัวใจผมจะวายเลย

งื้อ...อาหมออย่าแกล้งหนูสิ

            “หรือต้อง... ‘เอา’ ใจอีกดีนะ”

            เสียงทุ้ม เน้นตรงคำว่า ‘เอา’ จนผมใจคอไม่ดี ยิ่งหันไปมองแล้วเห็นสายตาดูเจ้าเล่ห์ ผมก็รู้ว่าตัวเองกำลังจะอยู่ในอันตรายแล้ว ไม่เอาด้วยหรอก ตรงนั้นยังระบมอยู่เลย จะให้อาหมอมาเอาใจตอนนี้ ผมไม่ไหวหรอกนะ

            “หนูไม่ได้งอนอาหมอสักหน่อย ไม่ต้องมาเอาใจหนูนะ ไม่ต้องเลย”

            “ว้า... แย่จริง ว่าจะพาเด็กไปกินไอติมอร่อยๆสักหน่อย ไม่ต้องไปแล้วสินะ”

            ผมตาโต เมื่ออาหมอบอกว่าจะพาไปกินไอติม ก็อาหมอน่ะ ถึงจะเห็นแบบนี้ แต่ก็เลือกร้านคาเฟ่ขนมได้ยอดเยี่ยมแทบทุกครั้ง เวลาพาผมไปก็อร่อยทุกร้าน แบบนี้จะไม่ให้ผมตื่นเต้นได้ยังไง ผมรับขยับหัวไปซบไหล่กว้าง ช้อนตามอง พยายามมองอ้อนที่สุดเท่าที่จะทำได้

            “แต่หนูอยากกินนี่...อาหมอพาหนูไปนะ...น้า”

            “หึ...มันก็ต้องมีค่าเหนื่อยขับรถบ้างนะ รู้หรือเปล่า”

            อาหมอไม่พูดเปล่า แต่ยกนิ้วแตะแก้มตัวเอง ผมก็ไม่ได้บื้อจนไม่รู้หรอกว่าหมายถึงอะไร

ก็...ไหนๆก็จะต้องเหนื่อยขับรถพาผมไปกินไอติม ผมจ่ายค่าเหนื่อยเป็นการจูบแก้มก็ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าอยู่นะ

            “จุ๊บ...”

 

 

[ภากร]

          เด็กเอ๋ยเด็ก...

            ผมลูบหัวเจ้าเด็กตัวน้อยยื่นหน้ามาจูบแก้มผมอย่างไม่อิดออด แบบนี้ล่ะนะ ถึงได้โดนแกล้งไม่รู้ตัว เมื่อกี้ยังทำตัวเหมือนงอนกันอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้ก็หลงกลผมอีกจนได้ คิดว่าแค่ขับรถพาไปกินไอติมมันเหนื่อยนักหรือไง ถึงเจ้าตัวไม่จุ๊บแก้ม หรือออดอ้อน ผมก็ตั้งใจจะพาไปอยู่แล้ว

            กลายเป็นว่าสถานที่ที่ผมมักจะพาเจ้าตัวไปพักผ่อนบ่อยๆก็มักจะเป็นคาเฟ่ขนม ไม่ก็คาเฟ่แมว ที่จริงผมก็ไม่ได้ชื่นชอบร้านพวกนั้นสักเท่าไหร่ เพราะมันดูน่ารักเกินวัยของผม แต่ว่า...พอได้พาเด็กตรงหน้าไปด้วย ผมก็รู้สึกว่ามันเข้ากับความน่ารักสดใสของอีกฝ่าย

            อีกหนึ่งอย่างที่ผมไม่เคยคิดจะทำ และไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะทำ นั่นก็คือการที่ต้องกลายมาเป็นช่างภาพส่วนตัวให้กับใครสักคน จะเรียกว่าช่างภาพส่วนตัวก็ไม่ใช่ เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้เรียกร้องให้ผมถ่ายรูปให้ เป็นผมเสียเองที่ชอบถ่ายรูปแฟนเด็กในยามที่กำลังยิ้ม หัวเราะ หรือแม้แต่ดีใจกับเรื่องอะไรเล็กๆน้อยๆ

            ผมเคยคิดว่าการมีแฟนที่อายุน้อยกว่ามันเป็นเรื่องน่ารำคาญ แต่ว่า...พอได้มีจริงๆ มันก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมาเสียอย่างนั้น

            “อาหมอ...ไม่กินเหรอครับ”

            “ก็อร่อยดีนะ แต่ฉันกินไม่ไหวแล้ว”

            สายตาคู่สวยกำลังจดจ้องอยู่ที่ถ้วยไอติมของผม ของตัวเองน่ะกินไปเกือบหมดแล้ว ส่วนผมนั้นไม่ค่อยได้กินไอศกรีมสักเท่าไหร่ มันหวานไปหน่อย แต่ถ้าสายน้ำชอบผมก็อยากจะพามาชิม เห็นรีวิวในเน็ตบอกร้านนี้อร่อย และดูเหมือนจะอร่อยจริงๆ เพราะเด็กอ้วนของผมดูจะชอบมาก

            ที่เรียกว่าเด็กอ้วน คงเป็นเพราะเจ้าตัวดูมีเนื้อมีหนังกว่าเมื่อก่อน แต่ผมกลับชอบ เพราะเวลากอดแล้วเต็มไม้เต็มมือ เวลาฟัดก็นุ่มนิ่มไปหมด จะว่าอ้วนก็คงไม่ใช่ เรียกว่า...กำลังดีเลยต่างหาก

            “งั้น...หนูกินต่ออาหมอก็ได้นะ”

            ผมหัวเราะในลำคอเบาๆอย่างนึกเอ็นดู ไม่รู้ว่าตั้งแต่อยู่กับเด็กอ้วน ผมกลายเป็นคนหัวเราะง่าย ยิ้มง่ายไปทั้งแต่เมื่อไหร่ ผมดันถ้วยไอศกรีมของตัวเองไปตรงหน้าของสายน้ำ มองอีกฝ่ายกินแบบนี้ มันรู้สึกดีกว่ากินเองซะอีก ยิ่งยามที่ลิ้นเล็กนั้นเลียปากตัวเองเพราะเลอะไอศกรีม สมองของผมก็พลันนึกถึงเรื่องลามกจนได้

            ถ้าไม่ใช่ไอศกรีม แต่เป็นน้ำควยของผม เจ้าตัวจะเอร็ดอร่อยแบบนี้หรือเปล่านะ

            “อาหมอ! อาหมอ!”

            “หืม...”

            ผมหลุดออกมาจากความคิดหื่นกามมากมายในหัว

            “อาหมอเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ดูเหม่อๆ”

            “ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดอะไรเพลินๆนิดหน่อยน่ะ”

            ขืนให้รู้ความคิดในหัว คงไม่แคล้วเจ้าตัวน้อยของผมจะเขินจนหน้าแดง ไม่กล้ากินไอศกรีมต่อแน่ๆ แต่เรื่องอะไรจะบอกความจริงกันล่ะ
            .

            .

            .

            “คุณหมอคะ...น้องน้ำมารอน่ะค่ะ”

            ผมเงยหน้ามองผู้ช่วยของตัวเอง แปลกใจไม่น้อยที่อยู่ๆเจ้าตัวก็มาหากัน ไม่บอกไม่กล่าว แต่ก็ยอมรับว่าดีใจ เพราะตอนนี้เป็นช่วงเวลาพักเที่ยง  ไม่ได้เจอกันมาหลายวัน มันก็อดคิดถึงไม่ได้ ถึงแม้จะส่งไลน์หากัน แต่มันก็ไม่พอ ผมเองก็ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่เอาแต่ใจ ที่ไม่สนว่าแฟนเด็กกำลังตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงานส่งอาจารย์หรอก แต่มันก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้ที่ไม่ได้เห็นหน้า

            หลังจากที่พยาบาลออกไปแล้ว ผมก็พยายามซ่อนรอยยิ้มของตัวเอง จะให้เจ้าเด็กอ่อนต่อโลกรู้ไม่ได้ว่าผมกำลังดีใจที่เจ้าตัวมาหากัน ผมยันกายลุกขึ้น ทำหน้าให้เป็นปกติ เหมือนเวลาทำงาน ก้าวเดินไปหาเจ้าตัวน้อยที่กำลังนั่งเล่นอ่านโบชัวร์เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ

            “อะฮึ่ม”

            กระแอมไอไปเล็กน้อย เด็กตรงหน้าถึงรู้สึกตัวว่าผมเดินมาอยู่ตรงหน้าแล้ว

            “อาหมอ...”

            แม่งเอ้ย...จะยิ้มทำไมเนี่ย แล้วไอ้การยิ้มจนตาแทบปิด หน้าตาดูดีใจขั้นสุดนั่น มันจะน่ารักเกินไปไหม ไม่ๆ เจ้าเด็กนี่ทำผมหลุดเสียอาการไปมากแล้วช่วงนี้ เรื่องอะไรจะให้เด็กมันรู้กันเล่า

            โถ่เอ้ยไอ้ภากร แล้วจะไปยิ้มตอบทำไมวะเนี่ย อยากจะดึงหน้าให้เป็นเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็เหมือนจะทำไม่ได้

            “วันนี้ยกคลาส น้ำก็เลยแวะมาหาอาหมอ อยากจะชวนอาหมอไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน อาหมอสะดวกไหมครับ”

            “แล้วทำไมไม่โทรมาบอกก่อน”

            ผมพยายามปรับอารมณ์ ให้กลับมามีสีหน้าปกติ ถึงจะดีใจกับความน่ารัก น่าขย้ำของแฟนเด็กก็เถอะ แต่เรื่องอะไรจะไปบอกให้เด็กมันได้ใจ

            “ก็...น้ำกลัวอาหมอกำลังทำงานนี่ครับ เลยมาเซอร์ไพรส์ไงครับ”

            เจ้าตัวน้อยยืนขึ้นเต็มความสูง แต่ก็น้อยกว่าผมมาก ยามที่เงยหน้าชวนผมสนทนา ยิ่งพาให้นึกถึงสัตว์ตัวน้อยๆ ที่น่ารังแก อยากจะดึงมาฟัดซะเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ติดว่ายังอยู่ในที่ทำงาน ผมจึงเลือกที่จะพยักหน้า และขับรถพาสายน้ำออกไปหามื้อเที่ยงด้วยกัน

            “จริงสิด้วย น้ำเกือบลืมไปเลย”

            “ลืมอะไร”

            ผมไม่ได้หันไปมองคนข้างๆ สายตายังจับจ้องอยู่บนถนน สายน้ำส่งเสียงร่าเริง

            “พ่อซันชวนอาหมอไปทานข้าวเย็นวันเสาร์นี้ครับ”

            “หืม...”

            เท่าที่จำได้ วันหยุดนี้ เหมือนเจ้าตัวเล็กของผมจะไปออกค่ายจิตอาสากับเพื่อนๆ

            “แต่เธอไม่อยู่บ้านไม่ใช่เหรอ”

            “นั่นสิครับ...สงสัยพ่อซันกับแม่เวย์คงคิดถึงอาหมอมั้งครับ บอกว่าไม่ได้เจออาหมอนานแล้ว”

            “อืม”

            แม้จะแปลกใจ ว่าทำไมต้องเป็นวันที่สายน้ำไม่อยู่ที่บ้าน แต่ผมก็ไม่ได้คิดมากอะไร เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมไปทานข้าวบ้านของพี่ซันกับพี่เวย์ เพียงแต่ครั้งนี้ไม่มีสายน้ำอยู่ในบ้าน แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของเด็กวัยเรียน ที่ยังต้องออกไปค่าย ไปใช้ชีวิตวัยรุ่น ถึงจะเข้าใจ แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแย่หน่อยๆ ก็...คงเพราะอยากเห็นหน้าทุกวัน อยากไปบ้านแฟน แล้วก็เจอแฟนด้วยล่ะมั้ง

            เฮ้อ...ทำไมผมถึงเป็นได้ขนาดนี้เนี่ย อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วด้วย

            “ทำไมอาหมอทำหน้าเครียดจังครับ”

            จะให้กล้าบอกได้ยังไงว่าเครียดที่หลงแฟนเด็ก จนแทบคลั่ง บอกไปก็เสียมาดผู้ใหญ่กันหมดพอดี

            .

            .

            .

            วันที่นัดทานมื้อเย็นกับครอบครัวของสายน้ำมาถึง ผมเองก็คบกับสายน้ำมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่เรื่องที่เราคบกัน ยังคงเป็นความลับ  บางครั้งมันก็อึดอัด ที่เวลาไปไหน คนจะคิดว่าผมเป็นพี่ชายที่ดูแลน้องชาย บ้างก็ดันปากเสียหาว่าผมพาลูกไปทานข้าว อยากจะตอบสวนกลับไปแรงๆว่านี่คือเมีย แต่ก็ยั้งปากตัวเองเอาไว้

            อาจเพราะอายุห่างกันขนาดนี้ สายน้ำคงจะกังวล ที่ผมเป็นหมอประจำตัว แต่เลื่อนขั้นมาเป็นแฟน เลยยังไม่กล้าบอกที่บ้าน ผมก็พอเข้าใจว่าอีกฝ่ายอยากจะโตมากกว่า อยากขอเวลามากกว่านี้ อยากจะเตรียมใจให้พร้อมแล้วค่อยบอกทุกคน ถึงแม้จุดเริ่มต้นผมจะสนุกกับความลับที่ได้จับเจ้าตัวน้อยกิน แต่พอคบกันจริงๆไปสักพัก กลายเป็นผมเองที่อยากเปิดเผย อยากประกาศออกไป

มันหวง...เวลาที่มีใครมามองคนของตัวเอง ยิ่งซื่อบื้อโดนหลอกง่ายอยู่ด้วย

            แล้วตอนนี้ไปออกค่าย ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง สัญญาณมือก็ไม่ค่อยจะมี

            อยากโทรหา...อยากวิดีโอคลอ แต่ก็ไม่อยากกวนเวลาวัยรุ่น

            “ไม่เข้าบ้านเหรอกร”

            เสียงของพี่เวย์ เรียกผมให้กลับออกมาจากความคิดวุ่นวายในหัว เพราะผมลงจากรถมาแล้ว เอาแต่มองมือถือ มัวคิดถึงสายน้ำ เลยไม่ได้เดินเข้าบ้านสักที พี่เวย์เองก็คงเห็น ผมพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินเข้าไปในบ้านของอีกฝ่าย เสียงสนทนา ทำให้ผมขมวดคิ้วแปลกใจ เพราะพี่เวย์อยู่ข้างๆผม แล้วพี่ซันคุยกับใคร

            “พี่บีม!!”

            คนที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า หันมาหาผม ส่งยิ้มมาให้ ในขณะที่ผมตอบตัวเองไม่ได้ว่ากำลังดีใจ หรือว่าตกใจมากกว่ากัน

            พี่ชายของผม....กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่....

            “พี่บีมกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ทำไมผมไม่รู้”

            ความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นในอก มันเป็นความรู้สึกที่ผมไม่ชอบเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่คิดว่าตัวเองจะรู้สึกกลัวบางอย่างขึ้นมา การที่หมอประจำตัวจริงๆของสายน้ำกลับมาแล้ว ผมไม่อยากจะคาดเดาเรื่องต่างๆต่อจากนี้ ผมไม่ใช่คนมองโลกในแง่ดี เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแย่และกังวล คงเพราะสายน้ำกลายเป็นคนที่มีอิทธิพลในชีวิตของผมไปแล้ว

            “ก็เซอร์ไพรส์ไงล่ะน้องชายยย....”

            ให้ตายสิ ตอนที่สายน้ำเซอร์ไพรส์ ผมไม่เห็นจะรู้สึกแบบนี้เลย มันก็ดีใจอยู่หรอกที่เจอพี่ชายตัวเอง แต่ก็อดจะระแวงไม่ได้ แต่เหมือนว่าผมอาจจะคิดมากไป เพราะพี่เวย์แค่ต้องการเลี้ยงต้อนรับพี่บีมที่กลับมาก็เท่านั้น เลยจำเป็นต้องชวนผมมาวันนี้ จะว่าไปเป็นน้องชายแท้ๆ แต่พี่ชายไม่ยอมบอกเนี่ย มันน่าน้อยใจหรือเปล่า แต่พอคิดอีกทีก็ไม่ได้น้อยใจขนาดนั้น คงเพราะผมไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนี้

            “อาหารอร่อยถูกปากไหมครับพี่บีม ซันตั้งใจทำเลยนะครับ”

            “อืม...อร่อยมาก ฝีมือซันนี่เปิดร้านอาหารได้เลยนะ”

            พออยู่กับคนอื่น ผมก็กลายเป็นคนพูดน้อยไปโดยปริยาย ก็ไม่รู้จะพูดอะไรด้วย ต่างกับตอนที่อยู่กับสายน้ำ ที่ผมอยากจะชวนคุย อยากจะฟังเสียงเจื้อยแจ้วคอยตอบคำถามกัน

            “แค่ทำให้ลูกกับเมียกินก็พอแล้วครับ”

            ไม่พูดเปล่า แต่ยังรั้งพี่เวย์ไปหอมแก้มต่อหน้าต่อตา จนพี่เวย์เขินตีแขนพี่ซันไป บางทีผมก็อยากจะทำแบบนี้กับเจ้าตัวเล็กอย่างไม่ต้องระวังเหมือนกัน

            “จะว่าไป คิดถึงสายน้ำกับไอดินเหมือนกันนะเนี่ย”

            ไอดินไม่อยู่ เพราะไปค้างบ้านเพื่อน ทำให้วันนี้บนโต๊ะมีแค่พวกเราสี่คนเท่านั้น หลังจากอาหารคาวจบลง พี่ซันก็เป็นคนลุกขึ้นไปหยิบผลไม้มาเสิร์ฟแทน ในฐานะที่ผมอายุน้อยกว่าใคร ผมเลยลุกไปช่วยหยิบผลไม้ในห้องครัว

            “เดี๋ยวผมช่วยครับพี่ซัน”

            ผมชะงักไป เมื่อได้สบตากับเขา ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าสายตามันแปลกๆ เหมือนไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ บางทีผมอาจจะตาฝาดไปเอง ผมมองตามร่างสูงใหญ่ที่เดินออกจากห้องครัว

            “ผลไม้ครับ”

            พี่ซันวางจานผลไม้ลงบนโต๊ะ และผมก็วางจานต่อไปลงไปเพิ่ม ก่อนจะกลับไปนั่งที่ของตนเอง พวกเราทานผลไม้กันไป และสนทนากันไป จนกระทั่งมาหยุดที่หัวข้อหนึ่ง ที่ทำให้ผมเริ่มใจคอไม่ดี

"ในเมื่อพี่บีมกลับมาแล้ว เรื่องหมอประจำตัวของสายน้ำก็คงไม่ต้องรบกวนกร"

พี่ซันหันมามองผม ประโยคนั้นเหมือนมีดแหลมคมที่ปักเข้ากลางใจ ผมหายใจไม่ค่อยออก แต่ก็พยายามฝืนยิ้มตอบกลับไป หวังว่าพี่ซันจะเปลี่ยนใจ

"ผมยินดีครับ ถ้าพี่ซันจะให้ผมดูแลสายน้ำต่อ"

ทว่าเสียงทุ้มที่เอ่ยต่อมา พร้อมกับใบหน้าที่ดูนิ่งจนน่ากลัว มันทำให้ผมพูดอะไรไม่ออก

"พี่คิดว่ากรไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยาก"

"..."

"เอาเป็นว่า...จากนี้กรไม่ต้องมาดูแลลูกพี่แล้ว"

จากนั้นพี่ซันก็ยิ้มให้กับผม ถึงพี่ซันจะยิ้ม แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มด้วย ผมไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่สถานการณ์ตอนนี้นั้นไม่ปกติแน่นอน

“ขอบใจนะ ที่วันนี้อุตส่าห์เลี้ยงพี่”

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ตอนนี้พี่บีมก็จะกลับบ้านแล้วเช่นกัน ผมมองพี่บีมยืนคุยกับพี่เวย์ ในขณะที่ผมร้อนรน เพราะผมไม่อาจโต้แย้งออกมาอย่างรุนแรงได้ ในเมื่อพี่ชายตัวเองก็เป็นหมอประจำตัวของสายน้ำมาตั้งแต่อีกฝ่ายยังเด็ก

“รีบกลับบ้านนะเรา”

พี่บีมทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินไปขึ้นรถ ส่วนผมนั้นยังไม่ก้าวเดินไปไหน ในอกมันร้อนรุ่มไปหมด เพราะคิดว่าเรื่องมันไม่ได้มีแค่การคืนหมอประจำตัวให้กับสายน้ำ

“พี่ซันครับ...ผมขอคุยด้วยได้ไหมครับ”

แทนที่จะรีบกลับบ้าน ผมกลับเลือกที่จะพูดคุยต่อ ตอนนั้นมีพี่บีมอยู่ด้วย ผมรู้สึกลำบากใจที่จะพูดออกมา ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเกรงใจพี่บีม ถ้าผมทำให้พี่ซันเปลี่ยนความคิดได้ เรื่องทุกอย่างมันคงจะง่ายขึ้น

“ที่รักขึ้นไปพักก่อนนะ ขอซันคุยกับกรก่อน”

พี่ซันหันไปบอกกับคนรัก พี่เวย์เดินกลับเข้าไปในบ้านแล้ว ส่วนผมกับพี่ซันยังอยู่ที่หน้าบ้าน ความรู้สึกตอนนี้เหมือนอยู่ต่อหน้าสิ่งที่ดูไม่เป็นมิตร หลังจากพี่เวย์เดินจากไป รถยนต์ของพี่บีมขับออกไป ตอนนี้บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดเสียจนผมเริ่มใจแกว่ง แต่ก็พยายามตั้งสติ หาคำพูดเพื่อจะเปลี่ยนใจคนตรงหน้า

“มีเรื่องอะไร”พี่ซันถามเสียงนิ่ง ดูอารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย

“คือ...เรื่องหมอประจำตัวสายน้ำ ให้ผมช่วยดูแลต่อไม่ได้จริงๆเหรอครับ”

ไม่ใช่ว่าพี่บีมดูแลสายน้ำไม่ดี เพียงแต่ผมแค่รู้สึกไม่ชอบให้คนอื่นมาดูแลร่างกายแฟนตัวเอง จะเรียกว่าหวงก็ได้ อีกอย่างก็คงเป็นเพราะการที่ได้เป็นหมอประจำตัว ทำให้ผมใกล้ชิดกับคนรักได้ง่ายขึ้น การไปพบเจอ มีเรื่องต้องติดต่อกันก็จะไม่ใช่เรื่องแปลกในสายตาของคนอื่นๆ

“พี่ว่าพี่พูดชัดแล้วนะ...ว่าไม่ต้องดูแลลูกพี่อีก”

เสียงทุ้มเรียบนิ่ง แต่สายตาครึ้มหม่น

“แต่...ผมเอ็นดูสายน้ำ อยากจะดูแลจริงๆครับ”

ผมไม่ได้โกหกเลยแม้แต่น้อย ผมเอ็นดูสายน้ำจริงๆ แต่นอกจากดูแลร่างกาย ผมอยากจะดูแลหัวใจของเด็กคนนั้นด้วย

“หึ...เอ็นดู  เอ็นดูแบบไหนล่ะ”

ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ รู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างติดในลำคอ สีหน้าของพี่ซันเปลี่ยนอย่างน่ากลัว รอยยิ้มเหยียดหยันปรากฏ ตาคมกล้ามองมาราวกับว่าผมเป็นตัวน่ารังเกียจ เสียงทุ้มเค้นออกมาจากลำคอ

“เอ็นดูแบบที่คนเป็นอาควรทำ...หรือว่าล่อลวงลูกกูให้เสียผู้เสียคนกันแน่!”


TBC


จาก พี่ >>> กู

เรียบร้อยแล้วจ้าาาา ต้องเตรียมเรียกรถพยาบาลมุ้ยยย

อิหมอ  : หากพ่อตาจะใจเย็นๆแล้วฟังผมสักหน่อยยย

จะพยายามมาต่อให้เร็วที่สุดนะคะ


ขอบคุณทุกการติดตามค่า



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สารบัญ ฉาก CUT

คุณหมอครับ...ผมไม่อยากเป็นผู้หญิง Ep.12 (END) คำเตือน rude words,intersex, dirty talk, on top, creampie