คุณหมอครับ...ผมไม่อยากเป็นผู้หญิง Ep.9 คำเตือน intersex,rude words, peeing,car,dirty talk,rimming

 [ไอดิน]

               “โหย มีแต่ของโปรดพี่น้ำ”

               ผมแอบบ่นออกมา เมื่อเห็นพ่อเข้าครัวแต่เช้าตรู่ พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ พอรู้ว่าผมจะไปทำรายงานบ้านเพื่อน เพราะวันนี้โรงเรียนหยุด เนื่องจากคุณครูไปดูงานกัน ทำให้ผมมีโอกาสจะได้เที่ยวเล่นบ้าง เรื่องทำรายงาน มันก็แค่ข้ออ้างอยากออกจากบ้าน ผมว่าผมก็โชคดีอยู่นะ ที่พ่อไม่ได้หวงและไม่อยากให้ผมออกไปไหนเหมือนพี่น้ำ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะพี่ชายผมมีร่างกายที่แตกต่างจากผู้ชายทั่วไป นอกจากจะหน้าตาน่ารักแล้ว พี่ชายผมยังพิเศษกว่าคนอื่น ๆ เหมือนกับแม่ของผม

               ในสายตาของคนอื่นอาจจะมองว่าการที่ใครสักคนเกิดมามีสองเพศในร่างเดียวนั้นเป็นเรื่องประหลาด ต่างจากผมที่มองว่ามันเป็นเรื่องพิเศษ และเหมือนเป็นของขวัญเสียมากกว่า เพราะมันทำให้คนคนนั้นสามารถให้กำเนิดใครสักคนได้ เหมือนที่แม่เวย์ให้กำเนิดผม ถึงแม่เวย์จะเป็นผู้ชาย แต่สำหรับผม แม่เวย์ก็คือแม่ที่ผมรักและเคารพ ไม่เคยรู้สึกอายที่มีแม่ต่างจากคนอื่นเลยสักนิด

               “ของเราก็มี”เสียงของพ่อทำให้ผมหลุดออกมาจากความคิดอันเรื่อยเปื่อย

               “มีแค่อย่างเดียวเอง”

               ผมแกล้งเบ้ปาก ทำเหมือนน้อยใจ ผมรู้ว่าพ่อมองออกว่ามันเป็นเพียงการแสดง ผมได้รับสายตาที่มองมาเหมือนเอือมระอา แม่บอกว่าผมคล้ายกับพ่อ ก็คงเป็นเรื่องที่มองกันออกว่าใครคิดอะไรล่ะมั้ง

               “ที่จริง พ่ออยากเอาไปให้น้ำเอง”

               เห็นหน้าเศร้า ๆ ของพ่อแล้วผมก็แอบหมั่นไส้ขึ้นมา ห่วงพี่น้ำซะเหลือเกิน พี่ผมก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วด้วย ถึงจะตัวเล็กเหมือนเด็กก็เถอะ

               “เอ้า แล้วทำไมฝากผมไปล่ะ”

               “ติดประชุมแต่เช้า”

               พอรู้เหตุผล ผมเลยพยักหน้าเข้าใจ ผมมองพ่อที่กำลังจัดอาหารใส่กล่อง แล้วบรรจุใส่ถุงอย่างตั้งอกตั้งใจ พ่อทำไว้หลายเมนู คงตั้งใจให้พี่น้ำเก็บไว้ในตู้เย็นไว้กินอีกหลายวัน

               “ผมไปแล้วนะ”

               รับถุงอาหารจากมือพ่อแล้วก็จะหมุนตัวออกจากบ้าน แต่เสียงของพ่อที่ดังขึ้นจากด้านหลังก็ทำให้ผมชะงัก

               “ดิน”

               “ครับ”

               หันกลับมาแล้วก็พบกับหน้าที่เหมือนกำลังเครียดของพ่อ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ผมรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา พ่อผ่อนลมหายใจ เดินเข้ามาหาผม

               “ฝากดูพี่เขาด้วยนะ”

               ผมไม่ค่อยเข้าใจคำพูดที่พ่อบอก แต่ก็พอจะตีความได้ว่า อาจเป็นเพราะพ่อเป็นห่วงพี่มาก พ่อเลยอยากให้ผมช่วยดูว่าพี่เป็นยังไงบ้าง ผมเลยยิ้มกลับไปให้พ่อสบายใจ

               “ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวจะดูให้อย่างดีเลย”

               พอเห็นว่าพ่อเหมือนจะผ่อนคลายขึ้น ผมจึงเดินออกจากบ้าน  ขึ้นรถแท็กซี่ที่เรียกมารับที่หน้าบ้าน ผมมุ่งตรงไปยังคอนโดของพี่ชาย คิดว่าพี่น้ำน่าจะยังไม่ได้ออกจากคอนโด พ่อบอกกับผมว่าพี่เขามีเรียนตอนสาย ตอนนี้ยังเช้า อีกฝ่ายน่าจะยังนอนอยู่

               แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่สิ่งที่ผมคิด พี่ชายของผมไม่ได้นอนอยู่ในห้อง แต่กำลังเดินกลับเข้ามาในคอนโดพร้อมกับใครอีกคนที่ผมรู้จัก

               อาหมอ...

               ทำไมอาหมอถึงมาส่งพี่ผมที่คอนโดตอนเช้า

               ทำไม...ถึงโอบเอวพี่ผมแบบนั้น แถมยังก้มหน้าลงมาคุยกับพี่ชาย สายตาไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด

               ถึงผมอาจจะเป็นเด็กในสายตาคนอื่น แต่ผมก็พอจะมองออกว่ามันหมายความว่ายังไง มันเป็นสายตาที่ผู้ชายมองคนของตัวเอง

               หัวใจผมเริ่มเต้นผิดจังหวะ ความห่วง และหวงพี่ชายเกิดขึ้นทันที  อาหมออายุมากกว่าพี่ผมตั้งหลายปี แถมยังเป็นหมอเจ้าของไข้  ลุงหมอยังไม่เคยทำแบบนี้กับพี่ชายผมเลยสักครั้ง

               ในใจผมเริ่มขุ่นมัว นี่คงเป็นอาการที่พ่อมักจะเป็นห่วงพี่ชายผมหรือเปล่า

               ผมเคยคิดว่าพ่อทำตัวห่วงพี่น้ำเกินเหตุ แต่พอผมเจอกับตัวเองแบบนี้  แม้ผมจะเป็นน้องชาย แต่ผมก็ห่วงพี่ชายผมมาก พี่ผมเป็นคนซื่อ ไม่น่าจะทันใคร ถ้าคนนั้นมาหลอกพี่ผม ถึงจะเป็นอาหมอที่เป็นคนดูแลพี่น้ำก็ตาม ผมก็ไม่คิดจะไว้หน้าเหมือนกัน

               เพราะมัวแต่คิดว้าวุ่นในหัว ทั้งสองคนเลยหายเข้าไปในลิฟต์แล้ว ผมได้แต่เจ็บใจที่ไม่รีบตามไป รู้ตัวอีกที ตัวเองก็ต้องมายืนรอลิฟต์ ทั้งที่หงุดหงิดจนแทบบ้า

               ไอ้อาหมอมันจะทำอะไรพี่ผมบ้าง

               ตึง!

               ผมเข้าไปในลิฟต์ ตาจับจ้องอยู่ที่ตัวเลขชั้นที่ขยับขึ้นไปเรื่อย เมื่อเวลาผ่านไป เวลามันยาวนาน เพราะผมเอาแต่กังวล ความคิดตีกันในหัว ว่าผมเองอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ ทุกอย่างมันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่ผมคิด ผมพยายามคิดอย่างนั้น ทว่าพอประตูลิฟต์เปิด แล้วผมได้เจอหน้าของอีกฝ่าย ปากมันก็ขยับออกไปเอง

               “จะกลับแล้วเหรอครับ”

               “....”

               “ผมนึกว่าจะยังอยู่กับพี่ชายผมซะอีก”

               ผมก้าวเดินออกจากลิฟต์ อาหมอไม่ได้เข้าไปในลิฟต์ เขามองผม และผมเองก็มองเขา

               “ไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่”

               “เจอผมที่นี่แล้วแปลกตรงไหนเหรอครับ ในเมื่อผมมาหาพี่ชายของผม อาหมอต่างหาก...มาทำอะไรที่นี่ครับ”

               ดวงตาคู่คมหรี่มองผมเหมือนอยากจะสำรวจความคิดในหัว ถ้าเขาได้สำรวจล่ะก็ คงจะรู้แน่ว่าผมโคตรหงุดหงิด อยากจะกระชากคอเสื้อของเขา มาถามว่าพาพี่ชายผมไปไหนมา แล้วที่เพิ่งเข้าคอนโดมาด้วยกัน แปลว่าเมื่อวานอยู่กันทั้งคืนหรือเปล่า เส้นเลือดที่ขมับเริ่มเต้นตุบ ๆ เพราะความเครียดที่เพิ่มขึ้น ผมกำถุงในมือแน่น รอคำตอบจากอีกฝ่าย

               “ฉันเป็นหมอของพี่ชายเธอ  การจะมาเจอคนไข้ที่เป็นลูกของพี่ชายที่รู้จัก ไม่ใช่เรื่องแปลกเหมือนกัน”

               “เหอะ...”

               ยอมเสียมารยาท เพราะไม่ชอบคำพูดของไอ้อาหมอขึ้นมาจนได้ มันเหมือนกำลังบ่ายเบี่ยงคำตอบกับผม

               “หงุดหงิดฉิบ”

               ผมรีบคว้าแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ เพราะอาหมอกำลังจะเดินเขาลิฟต์ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เหมือนจะถามผมว่ามีอะไร

               “อาหมอคิดยังไงกับพี่น้ำ”     

               “ทำไมฉันต้องตอบ”

               “พ่อรักพี่น้ำมาก และผมเองก็เหมือนกัน ถ้าใครจะมาทำให้พี่น้ำต้องเสียใจ พวกเราคงไม่ยอมแน่”

               “...”

               ผมมองลึกไปในดวงตาที่ดูเย็นชาคาดเดาไม่ได้ของอีกฝ่าย ก่อนจะปล่อยมือจากแขนนั้น อาหมอไม่โต้ตอบใด ๆ และเดินเข้าไปในลิฟต์ ผมเองก็ไม่มีอะไรจะพูดกับเขาอีก เพราะความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากน้อยแค่ไหน หรือเป็นอย่างที่ผมคิดไปไกลจริงหรือเปล่า ผมก็ยังไม่อาจยืนยัน ทำได้เพียงแค่ห่วงใยพี่ชายของตัวเองเท่านั้น

 

[สายน้ำ]

               อาหมอคงกลับไปแล้ว ไม่อยากให้อาหมอไปเลย แต่ผมก็คงเอาแต่ใจแบบนั้นไม่ได้ ผมไม่ได้อยากทำตัวน่ารำคาญในสายตาของอาหมอ

               ผมทิ้งตัวนอนบนเตียง รู้สึกร่างกายเหนื่อยล้า  แต่หัวใจกลับอิ่มเอมอย่างน่าประหลาด อาจเป็นเพราะผมมีความสุขจนแทบล้นออกมาจากอก เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่กับอาหมอ

               รักอาหมอจัง...

               การที่ได้อยู่กับอาหมอ มันทำให้ผมมีความสุขจนเหมือนตัวเองได้ล่องลอยในอากาศ แก้มยกยิ้มแทบตลอดเวลาจนเริ่มปวดเพราะความสุขนั้นเหมือนจะล้นอกจนได้

               เสียงกดกริ่งหน้าห้อง เรียกความสนใจของผม หรือว่าอาหมอจะย้อนกลับมาหาผมกันนะ ผมยิ้มกว้าง แล้วรีบลงจากเตียงไปเปิดประตู

               “ดิน...”

               “เห็นดินแล้วทำไมต้องตกใจด้วยล่ะ...หรือพี่น้ำรอใครอยู่”

               คำทักทายของน้องชายร่วมสายเลือด ส่งผลให้ผมชะงักไป ใจเริ่มหวั่น ว่าไอดินจะรู้อะไรเกี่ยวกับผมและอาหมอหรือเปล่า ผมหวังว่าน้องคงจะไม่เห็นอาหมอที่มาส่งผม

               “จะไม่ให้ดินเข้าไปข้างในเหรอ”

               “อ่า...เข้ามาสิ”

               ผมขยับตัวหลบน้องชายที่เดิมเข้ามาในห้อง ในมือของไอดินมีถุงที่บรรจุกล่องอาหารไว้หลายกล่อง ผมพอจะคาดเดาได้ว่าใครเป็นคนฝากดินมา

               “พ่อทำอาหารให้พี่ แล้วฝากให้ดินเอามาให้”

               “ขอบใจนะ”

               ผมส่งยิ้มให้กับน้องชาย ผมเห็นดินกำลังยืนมอง เหมือนหาอะไรบางอย่างในห้องของผม  คิ้วของผมขมวดเข้าหากันแทบจะทันที

               “ดินหาอะไรเหรอ”

               “ดินแค่ดูความเป็นอยู่ของพี่น้ำ พ่อห่วงพี่น่ะ”

               “พี่อยู่ได้  เห็นไหม ในห้องเรียบร้อยมากเลย”

               ไอดินหันมาหาผม รอยยิ้มของน้องมันแปลกชอบกล

               “เรียบร้อยเหมือนไม่มีคนอยู่เลย”

               ผมชะงัก แต่ก็พยายามไม่คิดมาก บางทีน้องอาจจะคิดว่าห้องผมเรียบร้อยมากก็เป็นได้ แต่ว่าเมื่อคืนผมไม่ได้กลับห้อง เพราะไปกับอาหมอ ห้องนี้เลยไร้ซึ่งผู้คน

               “แล้ววันนี้ดินไม่ไปเรียนเหรอ มาหาพี่ได้ยังไง”

               “พี่น้ำลืมเหรอ ว่าวันนี้โรงเรียนดินหยุด”

               “อ่า...พี่ลืมจริง ๆ ด้วย ขอโทษนะ”

               ความรู้สึกผิดเกิดขึ้น ที่จริงน้องก็เคยพูดไว้บ้างแล้ว แต่ผมไม่ทันได้นึกเรื่องนี้เลย  ตอนนี้เลยรู้สึกไม่ค่อยดี ผมไม่อยากให้น้องคิดว่าผมไม่ใส่ใจอีกฝ่าย

               “ไม่ต้องขอโทษหรอกพี่น้ำ เรื่องแค่นี้เอง ว่าแต่พี่น้ำเถอะ ไม่เตรียมตัวออกไปเรียนเหรอ เดี๋ยวก็ไปไม่ทันหรอก”

               “อาจารย์ยกคลาส วันนี้พี่เลยไม่มีเรียนแล้วน่ะ”

               “งั้นก็แสดงว่าพี่น้ำจะอยู่ที่ห้องทั้งวันเหรอครับ”

               “อื้อ พี่ว่าจะนอนให้เต็มที่ รู้สึกเพลีย ๆ น่ะ”

               ผมตอบน้องไปตามความจริง เพราะเพลียจากกิจกรรมเมื่อคืน  

               “ตอนนี้พี่น้ำมีแฟนหรือเปล่า”

               “ทำไมจู่ ๆ ดินถามเรื่องนี้ล่ะ”

               คำถามของไอดิน ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น เหงื่อซึมขึ้นมาเสียอย่างนั้น ผมกลัวว่าน้องจะรู้เรื่องผมกับอาหมอ

               “ก็แค่อยากรู้”

               “เอ่อ...ไม่มีหรอก”

               ดินมองผม แล้วน้องก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

               “เอ่อ แล้วดินจะกลับตอนไหนเหรอ พี่ว่าจะนอนพักสักหน่อย”

               “เดี๋ยวดินไปแล้วล่ะ ต้องไปบ้านเพื่อนต่อ”

               กายสูงหมุนตัวจะเดินออกจากห้อง แต่อยู่ ๆ น้องก็ชะงัก แล้วหันมาหาผม สีหน้าเหมือนคนกำลังมีเรื่องกังวล จนผมเป็นห่วง

               “พี่รู้ใช่ไหม ว่าพ่อรักพี่น้ำมาก”

               ผมพยักหน้า เรื่องนั้นผมรู้ดี ผมรู้ว่าพ่อรักผมมาก และผมเองก็รักพ่อซันมากเช่นเดียวกัน

               “ดูแลตัวเองด้วยนะพี่ ถ้ามีอะไรก็คุยกับดินได้ตลอด”

               “อื้อ ไม่ต้องห่วงหรอก”

               ส่งยิ้มไปให้น้องชาย หวังว่าจะทำให้ดินสบายใจขึ้นบ้าง น้องเดินเข้ามากอดผม ก่อนจะออกจากห้องไป

               “ฟู่ววว”

               ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตอนแรกคิดว่าน้องจะรู้เรื่องผมกับอาหมอแล้วซะอีก อันที่จริง ตอนที่ตอบน้องไปว่าผมยังไม่มีแฟน ไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นถึงได้เจ็บในอกแปลก ๆ คงเป็นเพราะผมคิดเกินเลยกับอาหมอ  ตกหลุมรักอาหมอมากขึ้นทุกวัน

               แบบนี้ ผมควรสารภาพความรู้สึกกับอาหมอดีหรือเปล่า แต่ผมไม่เคยสารภาพรักใครมาก่อน ผมกับอาหมออายุห่างกันตั้งหลายปี อาหมอจะไม่พอใจหรือเปล่า ถ้าได้ยินคำว่ารักจากผม

               “เฮ้อ...”

               คิดมากไปก็ปวดหัว ผมเลยหยุดคิดเรื่องวุ่นวายนี้ แล้วพาตัวเองเข้านอน อย่างน้อย ถ้าได้นอนหลับ ร่างกายก็คงจะดีขึ้น และสมองปลอดโปร่งมากขึ้น

               ผมหลับไปหลายชั่วโมง รู้สึกตัวอีกทีก็เกือบเย็นแล้ว ท้องร้องประท้วงให้หายหิว โชคดีเหลือเกินที่พ่อซันทำอาหารมาให้ผม ผมจึงอุ่นทาน รสชาติอาหารที่พ่อซันทำนั้นถูกปากผมมาก ผมคิดถึงที่บ้านขึ้นมาเลย ความสุขจากการที่ได้ทานอาหารอร่อย ทำให้ผมอารมณ์ดี              

               หลังจากมื้อเย็นผ่านพ้นไป ผมก็พาตัวเองมานั่งดูหนัง เพื่อให้อาหารย่อย ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดห้องตัวเอง เก็บเสื้อผ้าไปซัก พอทำทุกอย่างเสร็จ เหงื่อเปียกซึม จึงเข้าไปอาบน้ำ กว่าจะรู้ตัวอีกที ตอนนี้ก็มืดมากแล้ว ผมอดไม่ได้ที่จะมองหน้าจอมือถือ เพราะหวังว่าอาจจะมีข้อความของอาหมอส่งถึงมาบ้าง แต่ในแอพพลิเคชันก็มีแต่ความว่างเปล่า

               “อาหมอคงงานยุ่ง”

               ผมบอกกับตัวเองแบบนั้น ผมไม่อยากรบกวนเวลาอาหมอ จึงตัดสินใจไม่ส่งข้อความใด ๆ ไปทั้งนั้น อาศัยเพียงส่งความคิดถึง และนึกถึงความทรงจำที่ได้ใช้ร่วมกัน ผมดีใจที่ได้ไปที่บ้านของอาหมอ คงจะดีไม่น้อยเลย ถ้าผมได้ไปที่ต่าง ๆ กับอาหมอ ผมหมายถึงได้เที่ยวกับอาหมอ ได้กินอาหารด้วยกัน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน แบบที่คู่รักเขาทำกัน

               แค่คิด แก้มทั้งสองข้างก็ร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้น ผมกำลังเพ้อฝันอยู่กับเหตุการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นจริงไหมในอนาคต ผมเองก็ไม่ใจกล้าพอจะบอกความในใจนี้กับอาหมอ แต่ผมก็หวังว่าผมจะได้สนิทกับอาหมอมากขึ้น

               แต่สุดท้าย ความคิดถึงมันก็ห้ามไม่ไหว จึงเลือกที่จะส่งข้อความไปทักทายอาหมอในวันต่อมา ผมแอบมองมือถือตลอดเวลาที่เรียน รอว่าเมื่อไหร่อาหมอจะตอบข้อความกัน  แต่สุดท้ายก็ไม่มีการตอบกลับมาเลยแม้แต่ข้อความเดียว

               ความคิดถึงที่ทนต่อไปอีกไม่ไหว ทำให้ผมตัดสินใจกดโทรหาอาหมอในตอนค่ำ เพราะคิดว่าอาหมอน่าจะเลิกงานแล้ว การถือสายรอแล้วไม่มีคนรับ ยิ่งทำให้หัวใจของผมห่อเหี่ยว

               ทำไมอาหมอถึงไม่ยอมรับสายผม อาหมองานยุ่งมาก จนไม่มีเวลารับสายผมเลยเหรอ หรือว่าอาหมอไม่สบาย อาหมอจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า

               ความน้อยใจค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความกังวล ในหัวผมเอาแต่คิดไปสารพัดเรื่อง กลัวว่าอาหมอจะไม่สบาย จนไม่อาจติดต่อกับผมได้

               ความคิดว้าวุ่นมากมายในหัว ทำให้สุดท้าย ผมตัดสินใจมาหาอาหมอที่คลินิกในช่วงเย็น หลังจากที่ผมเลิกเรียนแล้ว ผมหวังว่าจะได้เจออาหมอ หวังว่าอาหมอจะสบายดี ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร

               “สวัสดีค่ะ”

               ผมยิ้มทักทายเจ้าหน้าที่ที่ยืนรับเรื่องอยู่ด้านหน้า เธอถามผมว่าได้นัดคุณหมอไว้หรือเปล่า ผมทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าเท่านั้น  เธอเลยแจกบัตรคิวให้กับผม  ผมไม่มีคิวนัดกับอาหมอในวันนี้ ทำให้ไม่สามารถเข้าไปหาอาหมอได้เลย แม้ผมอยากจะมาหาอาหมอตอนที่คลินิกปิดทำการ แต่ก็กลัวว่าอาหมอจะไม่อยู่ เลยต้องมาเวลานี้

               หัวใจมันบีบรัดจนบางทีก็รู้สึกหายใจไม่ออก ผมดีใจที่อาหมอไม่ได้เป็นอะไร ตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ ในตอนนี้ผมเลยทำได้แค่นั่งรออาหมอ สายตาเอาแต่จ้องมองบัตรคิวของตัวเอง ความรู้สึกน้อยใจมันตีตื้นขึ้นมาในอก ทำไมอาหมอถึงไม่ติดต่อผมเลย ในตอนนี้ผมมีเพียงสถานะคนไข้ของอาหมอเท่านั้นหรือ ทำไมอาหมอถึงไม่มาหาผม คำถามพวกนี้มันผุดขึ้นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งเสียงเรียกชื่อผมดังขึ้น ผมจึงสลัดความคิดต่าง ๆ ให้ออกไปจากหัว แม้มันจะยากเต็มที่ ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไปในห้องตรวจ มันเหมือนก้าวเดินแสนลำบาก หัวใจของผมกำลังทำงานอย่างหนัก ทั้งตื่นเต้นและกังวล เมื่อจะได้เจอหน้าอาหมอที่ไม่ได้เจอหลายวัน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดใจเสียให้ได้

               แกร๊ก

               ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องตรวจ และปิดมันลงอย่างแผ่วเบา ดวงตาของผมร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้น เมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นตากำลังก้มหน้าอ่านเอกสาร

               อาหมออยู่ตรงหน้าผมแล้วแท้ ๆ ทำไมถึงได้รู้สึกห่างไกลมากถึงเพียงนี้

               “อึก...”

               ทันทีที่อาหมอเงยหน้าขึ้นมา สายตาคู่คมนั้นกำลังมองผม เป็นสายที่ดูเย็นชาและห่างเหินจนผมรู้สึกหายใจไม่ออก แต่ตัวเองก็พยายามฝืนยิ้มจาง ๆ ออกไป จะเอ่ยปากทักทาย ทว่าคำพูดกลับกลืนหายไปในลำคอ เพราะเสียงอาหมอดังขึ้นมาเสียก่อน

               "มาทำไม...เท่าที่จำได้ วันนี้ฉันไม่ได้นัดเธอตรวจ"

"น้ำติดต่ออาหมอไม่ได้ อึก..แล้วก็อาหมอ...ก็ไม่ได้มาหาน้ำที่คอนโดหลายวันแล้ว"

ผมตอบออกไป พยายามควบคุมเสียงไม่สั่น ทั้งที่ดวงตามันร้อนผ่าวไปหมด

"มีเรื่องสำคัญอะไร ก็พูดมา"เสียงของอาหมอเย็นชา แต่ผมก็ควรจะชินไม่ใช่เหรอ ที่ผ่านมาอาหมอก็เคยพูดกับผมด้วยน้ำเสียงโทนนี้ แต่ผมกลับรู้สึกห่างเหินเหลือเกิน เหมือนว่าสถานะของพวกเรานั้นเป็นเพียงหมอกับคนไข้เท่านั้น ทำไมยิ่งคิด มันยิ่งเจ็บปวด จนผมแทบยืนไม่ไหว

"น้ำ...อึก คือน้ำคิด"

ผมอยากบอกอาหมอว่าคิดถึงเหลือเกิน แต่ก็กระดากอายเกินกว่าจะพูดออกไปตรง ๆ ในทันที เสียงทุ้มที่สวนกลับมาคล้ายกับรำคาญนั้น ยิ่งทำให้ผมชะงัก

"แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ก็กลับไปซะ"

แหมะ...

น้ำตาผมไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว มันเอ่อล้นดวงตาจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน ผมรีบก้มหน้างุด กลั้นเสียงสะอื้น ผมไม่อยากร้องไห้เป็นเด็ก ผมควรจะทำยังไงดี สุดท้ายแล้ว สมองก็สั่งให้ผมหมุนตัวเดินออกไปจากห้องนี้ เพราะความคิดถึงของผม คงไม่ใช่เรื่องสำคัญของอาหมอ ผม...ผมไม่ควรมาเลย

“อื้อ...”

ทว่ายังไม่ทันที่มือจับลูกบิดประตู ทั้งร่างกลับถูกดึงกระชากจนต้องหันไป ผมไม่ทันตั้งสติ แต่รู้ตัวอีกที ตัวเองก็เบิกตากว้าง เพราะอาหมอดึงผมเข้าไปจูบ น้ำตาผมไหลพราก ยกมือพยายามดันอาหมอให้ออกห่าง แต่อาหมอกลับกอดรัดผมแน่นมากขึ้นกว่าเดิม ปากร้อนบดเบียดปากผม อาหมอกัดปากผมเบา ๆ จนผมรู้สึกเจ็บเผยอปากออก ลิ้นร้อนของอาหมอถึงได้แทรกเข้ามา จูบของพวกเราเกิดขึ้นในชั่วพริบตา แต่ทว่ากินเวลายาวนานในความรู้สึกของผม จากตอนแรกที่ผมพยายามดันอาหมอให้ออกห่าง ก็เปลี่ยนเป็นโอบคอของอาหมอแทน

ผมคิดถึงอาหมอ ผมชอบให้อาหมอจูบ และตอนนี้อาหมอกำลังจูบผม หัวใจของผมพองโต ความรู้สึกที่น้อยใจมันหายไปไหนก็ไม่รู้ เพียงแค่อาหมอจูบ เพียงแค่อาหมอกอด กว่าอาหมอจะถอนจูบออก ผมก็แทบหมดลมหายใจ ผมหอบออกมา เพราะรู้สึกเหนื่อยราวกับตัวเองไปวิ่งแข่งมาเสียอย่างนั้น

“หวานเหมือนเดิม”

เสียงทุ้มที่ดังอยู่ใกล้ ๆ หู เพราะอาหมอคลอเคลียอยู่ที่หูของผม ผมสะดุ้งน้อย ๆ เมื่อเขางับติ่งหู และใช้ลิ้นโลมเลียสัมผัส

กึก

เสียงเหมือนกดล็อกประตู ทำให้ผมใจสั่น ยิ่งเอวถูกอาหมอรั้งกอดไว้แน่น ผมยิ่งทำอะไรไม่ถูก อาหมอเคลื่อนปากมาจูบซับน้ำตาให้ผม นั่นยิ่งทำให้ผมหวั่นไหว ทว่าแทนที่น้ำตาผมจะหยุดไหล มันกลับไหลมากกว่าเดิม

“ฮึก...ฮือ”

และผมก็ร้องไห้เป็นเด็ก ผมอายตัวเองในตอนนี้มาก แต่ความรู้สึกที่สะสมมาหลายวันมันตีตื้นขึ้นมา

“อย่าร้อง”

เสียงของอาหมอไม่ได้ทำให้ผมหยุดร้องไห้เลยแม้แต่น้อย แต่ผมกลับร้องไห้หนักกว่าเดิม

“น้ำ ฮึก ไม่ได้อยากร้อง มันร้องไปเองครับ”

ใช่แล้ว ผมไม่ได้อยากทำตัวขี้แย สองมือใหญ่ประคองแก้มผม ผมมองหน้าอาหมอไม่ชัด แต่รู้สึกว่าอาหมอกำลังยิ้มเหมือนเอ็นดูกัน

“อยากให้ฉันรังแกเธอตอนนี้เลยหรือไง”

 

[ภากร]

                    ใบหน้าน่ารักที่เปื้อนไปด้วยน้ำตามันทำให้ใจผมกระตุกแรง จากที่ตอนแรกว่าจะปล่อยให้กลับไป ร่างกายมันกลับลุกเดินเข้าไปรั้งสายน้ำให้หันกลับมาเพื่อรับจูบจากผม ไม่คิดเลยว่าการที่ได้จูบใครสักคน มันจะทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งและหงุดหงิดหายไปได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้

               ปากของเจ้าเด็กขี้แยช่างหวานนัก ร่างกายนุ่มนิ่มที่อ่อนปวกเปียกยามที่ถูกผมนั้นยิ่งน่าเอ็นดู ผมจูบซับน้ำตาบนแก้มขาว ทว่าเจ้าตัวน้อยกลับร้องไห้งอแงไม่ต่างจากเด็กตัวน้อย ๆ ทั้งที่ผมควรรำคาญ แต่กลับรู้สึกว่ามันน่ารัก...และน่ารังแก

               ดวงตาแดงก่ำ จมูกแดงระเรื่อ ริมฝีปากฉ่ำน้ำ มันน่าจัดการให้ส่งเสียงครางใต้ร่างผม

               “หยุดร้องได้แล้ว”

               ผมนิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาที่พวงแก้ม สายน้ำพยายามกลั้นเสียงสะอื้นและพยายามหยุดร้องไห้ มันยิ่งทำให้ผมเอ็นดู ผมตัดสินใจจูงมือของอีกฝ่ายให้เดินตาม  คนตัวเล็กก็ยอมเดินตามผมมาแต่โดยดี ผมย่อกายนั่งลงบนเก้าอี้ และรั้งร่างน้อยนั้นให้มานั่งตัก เด็กตรงหน้าผมไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด แต่นั่งสะอื้นบนตักผม

               “ร้องไห้ทำไม”

               ผมกอดเอวบาง กดจมูกสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นที่ซอกคอขาว

               กลิ่นหอม ๆ นี้ ผมไม่ได้ดมมาหลายวันแล้ว ไม่คิดเลยว่า พอได้กลับมาดอมดม แล้วจะพาลให้รู้สึกดีจนแทบอยากจะฟัดคนตรงหน้าให้จมอกกัน

               “น้ำ...น้ำไม่รู้”

               “จริงเหรอ”

               ดวงตาคู่สวยหลบสายตาของผม ผมเลยต้องจับประคองใบหน้านั้นให้มาสบตา ลูกแก้วกลมสวยกำลังสั่นระริก ปากน้อยเผยอพูดเสียงสั่น

               “อาหมอ...อึก เกลียดน้ำเหรอครับ”

               คำถามนั้นบาดหัวใจ รู้สึกเจ็บหน่วงขึ้นมา เมื่ออีกฝ่ายถามแบบนั้น

               “ทำไมถึงคิดว่าฉันเกลียดเธอ”

               “ก็...ก็อาหมอเหมือนไล่น้ำ ฮึก น้ำขอโทษครับ น้ำทำให้อาหมอรำคาญใช่ไหม”

               “ใช่”

               “ฮึก....ฮือ”

               แล้วเจ้าตัวเล็กก็ร้องไห้ออกมาอีกรอบ พยายามลุกออกจากตัวผม แต่ผมไม่ยอมให้ลุก กอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ

               “มันน่ารำคาญ...ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน”

               กายน้อยยังคงสั่นระริกในอ้อมกอดของผม  ผมกดจูบซับน้ำตาที่หางตาของอีกฝ่าย ไล่จูบต่ำมาที่พวงแก้ม บดเบียดกลีบปากหนุ่มหยุ่น

               “ทั้งที่ฉันควรจะจัดการมันได้ง่าย ๆ แท้ ๆ”

               ผมคิดว่าตัวเองควรจะจบความสัมพันธ์กับเด็กตรงหน้าเสียที ผมเสียเวลากับสายน้ำไปมากแล้ว การเล่นสนุกกับอีกฝ่ายมันคงจะเริ่มน่าเบื่อ หากมีปัญหาต่าง ๆ ตามมา สายน้ำก็เป็นแค่เด็กหัวอ่อน ที่ผมบอกให้ทำอะไรก็ทำตามโดยง่าย ทั้งที่คิดว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีความสำคัญอะไร แต่หลายวันที่ผ่านมา ผมกลับเอาแต่คิดถึงอีกฝ่าย พยายามห้ามตัวเองไม่ให้ตอบกลับข้อความ และรับสาย

               ทว่าทุกอย่างมันก็พังทลายลง เพียงแค่เห็นหน้าและน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนุ่ม ดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเศร้า มันทำให้ผมต้องพาตัวเองไปรั้งเด็กคนนี้ไว้ไม่ให้ห่างไปไหน

               การที่ได้มีเจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดแบบนี้...มันดีกว่าตอนที่ไม่มีมากนัก ดีเสียจน...ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ปล่อยให้เด็กคนนี้หลุดออกไปจากอ้อมกอดของผมได้

               “ฉันไม่ได้เกลียดเธอ และไม่ได้รำคาญเธอ”

               “แต่เมื่อกี้อาหมอบอกว่ารำคาญ ฮึก”

               เหมือนจะประคองสติตัวเองได้ขึ้นมาบ้างแล้ว เจ้าตัวถึงสะอื้นเบา ๆ จ้องหน้าผมอย่างงุนงง

               “ฉันรำคาญตัวเอง”

               “น้ำไม่เข้าใจ”

               “ไม่ต้องเข้าใจหรอก”

               มันน่าอายเกินกว่าที่จะบอกว่า คนอายุมากแบบผม เอาแต่ว้าวุ่นใจคิดแต่เรื่องของเด็กตัวน้อย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความงุนงง มันน่าหยอกเย้าและกลั่นแกล้ง ผมลูบเอวบาง แก้มทั้งสองเห่อร้อนให้เห็น

               “ตกลงมาหาฉันทำไม”

               ตอนนั้นผมตัดบท เพราะอยากจะไล่เด็กตรงหน้าออกจากห้อง แต่ตอนนี้กลับไม่อยากทำแบบนั้นอีกแล้ว ร่างกายนุ่มนิ่มหอมกรุ่น มันทำให้ผมอดใจไม่ไหว จนต้องฟัดพวงแก้มขาวอีกรอบ

               “น้ำ...น้ำก็แค่”

               “แค่อะไร”

               เจ้าตัวมีท่าทีเขินอาย ก้มหน้างุด ในขณะที่ผมรอฟังคำตอบนั้นอย่างใจจดจ่อ

               “คิดถึง”

               “หืม...”

               คำพูดแสนน่ารักนั้น ทำให้ผมแทบหลุดยิ้ม แต่ก็พยายามไม่แสดงให้อีกฝ่ายเห็น เจ้าตัวน้อยเหลือบตามองผม คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากัน

               “อาหมอได้ยินแล้วใช่ไหมครับ”

               “หึ...แล้วถ้าฉันอยากได้ยินอีก เธอจะใจร้ายไม่ยอมพูดเหรอ”

               คำตอบนั้น เป็นอ้อมกอดที่กอดผมจนใบหน้าน่ารักจมอก เสียงน่ารักอู้อี้อยู่ในอกของผม

               “น้ำคิดถึงอาหมอ ฮึก คิดถึงมาก ๆ อาหมออย่าเงียบหายไปแบบนี้อีกได้ไหมครับ น้ำ...น้ำกลัว”

               “อืม...”

               ผมตอบรับในลำคอ กระชับอ้อมกอดเด็กตัวเล็ก กดจูบที่ขมับสวยไปหนึ่งที เพราะผมเองก็ไม่อยากห่างจากอีกฝ่ายเหมือนกัน

               “เธอรอฉันนะ...”

               ผมบอกกับอีกฝ่าย สายน้ำพยักหน้า และออกไปรอข้างนอก เพราะผมเหลือคิวตรวจอีกสองคิว ก่อนที่จะเลิกงานวันนี้  หลังจากที่ผมตรวจเสร็จ ก็พบว่าเจ้าตัวเล็กกำลังนั่งเล่นมือถือไม่ได้รับรู้ว่าผมกำลังเดินเข้าไปใกล้

               “รอนานหรือเปล่า”

               “อ๊ะ...อาหมอ”

               เจ้าตัวเหมือนหลุดออกมาจากโลกส่วนตัว รอยยิ้มกว้างที่ดูสดใส ทำให้หัวใจของผมกระตุกแรง

               น่ารัก...

               น่ารักมากจริงๆ...

                    “ไม่นานครับ”

               ผมพยักหน้ารับคำตอบนั้น เอื้อมมือไปจับข้อมือเล็ก แล้วจูงคนคนเด็กกว่าให้เดินตาม สายน้ำไม่ได้มีทีท่าขัดขืนแต่อย่างใด ผมไม่ได้ใส่ใจสายตาคนอื่น แต่ก็พอจะรู้ว่าเด็กตัวเล็กที่กำลังเดินตามผมนั้น กำลังเขินประหม่าที่โดนผมจูงมือไปแบบนี้

               “เราจะไปไหนกันเหรอครับ”

               “แล้วเธออยากไปไหนล่ะ....อยากกินข้าวที่ร้านไหน”

               ตอนนี้พวกเราเข้ามาอยู่ในรถของผม ผมกำลังรอคำตอบจากคนข้างๆ สายน้ำกุมมือบีบเข้าหากัน ท่าทางคิดมาก ผมไม่ได้หงุดหงิด แต่รู้สึกเอ็นดู

               “น้ำ...แค่อยากอยู่กับอาหมอ”

               “งั้นไปบ้านฉัน”

               ถึงแม้คำตอบนั้นจะแผ่วเบา แต่ก็สร้างความพึงพอใจให้กับผม เจ้าตัวน้อยไม่ได้ปฏิเสธ แถมยังดูดีใจ ผมจึงตัดสินใจขับรถมุ่งตรงไปที่บ้าน ทว่าช่วงเวลายามเย็นแบบนี้ รถยนต์บนท้องถนนมักจะติดแน่น ผมเองจึงมักออกจากคลินิกในช่วงกลางคืนแทน แต่เจ้าเด็กคนข้างๆ ทำให้ผมต้องเปลี่ยนความคิด อยากกลับไปที่บ้านมากกว่า

               “อาหมอ...อึก”

               กายน้อยที่สะดุ้ง ทำให้ผมกระตุกยิ้มมุมปาก ตอนนี้รถกำลังติด แทบไม่ขยับ และนั่นทำให้ผมทำอะไรได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น...ลวนลามเจ้าเด็กขี้แย

               ผมลูบมือไปที่ต้นขาเล็กผ่านเนื้อผ้าสีดำ ในหัวเอาแต่จินตนาการถึงผิวกายขาวผ่องที่ซุกซ่อนอยู่ กี่วันแล้ว...ที่ไม่ได้สัมผัสเรือนร่างนี้ อยากจะดอมดม ฟัดให้จมอก

               “อะ อื้อ ตรงนั้นมัน”

               “อ่า...”

               บางทีผมอาจจะลูบเพลินไปหน่อย ถึงได้ลูบไปเกือบถึงเป้ากางเกงของอีกฝ่าย แต่การตอบสนองที่ได้กลับมา ยิ่งสร้างความตื่นเต้น เลือดในกายสูบฉีดอย่างหนัก จนผมเผลอกลืนน้ำลายลงคอ

               แข็งแล้ว...

               ไม่คิดเลยว่า แต่โดนแตะตัว เจ้าเด็กตัวน้อยก็มีอารมณ์จนควยแข็งดุนดันเนื้อผ้าขนาดนี้ ผมอยากจับควยลำเล็กชักให้น้ำแตกเสียจริง เพียงเหลือบมองก็พบว่าแก้มทั้งสองข้างของสายน้ำกำลังแดงขึ้นสี ปากน้อยเม้มเข้าหากัน ท่าทางมีอารมณ์จนอยากจะร้องไห้

               “ถอดกางเกงสิ”

               ผมบอก แต่เจ้าตัวมีท่าทางตกใจ

               “แต่....ตรงบนนี้มันบนถนนนะครับ”

               “ไม่มีใครสนใจเธอหรอก....หรือจะนั่งทรมานแบบนี้ไปจนถึงบ้านฉันล่ะ”

               รถยนต์ขยับออกไปได้อีกแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น ผมจ้องมองเด็กตัวเล็กที่ยังคงลังเล แต่สุดท้ายความเงี่ยนก็เอาชนะ ทำให้เจ้าตัวถอดกางเกงลงไปกองด้านล่าง

               ผมจ้องลำควยสีสวยที่ตั้งชัน ในมุมนี้ทำให้ผมเห็นอวัยวะอีกเพศของอีกฝ่ายได้ไม่ชัด แต่ผมก็รู้ว่ามันมีสิ่งนั้นซุกซ่อนอยู่ ไวกว่ากว่าความคิด ร่างกายของผมก็ขยับไปสัมผัสกับท่อนลำเล็ก ควยน้อยกำลังสั่นกระตุกในมือของผม สายน้ำยกมือปิดปากตัวเอง พยายามกลั้นเสียงคราง

               “อะ อื้อ อึก”

               ถึงจะอาย แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวหนีผม ปล่อยให้ผมรูดควยต่อไป ผมยกยิ้ม

               “อย่าปิดปาก ฉันชอบฟังเสียงของเธอ”

               มือเล็กขยับออก ใบหน้าน่ารักกำลังส่ายสะบัดไปอีกด้าน ร่างกายเริ่มบิดเร้าเพราะทนความเสียวไม่ไหว ผมรูดชักให้เร็วขึ้น ลำคอแห้งผาก อยากดื่มน้ำหวานดับกระหาย อีกไม่นานก็ใกล้จะได้หลุดพ้นจากรถติดนี้แล้ว ผมตัดสินใจขยับมือต่ำลง ลากนิ้วเรียวปาดร่องหีที่ฉ่ำเยิ้ม

               ซี๊ดดด อยากเอาควยมุดหีมันตอนนี้เลยจริงๆ

               แค่คิด ลำควยผมก็ลุกตั้งขึ้นมา ไม่ใช่แค่สายน้ำที่มีอารมณ์ แต่ผมเองก็เช่นกัน ผมกัดฟันกรอด ถูนิ้วไปกับร่องหี เสียงครางหวานที่เต็มไปด้วยความเงี่ยน มาพร้อมกับน้ำชื้นแฉะที่ไหลทะลักจากรูหี

               “อะ อื้อ อาหมอ...”

               “เสียวหีเหรอ...”

               ผมถามเสียงพร่า นิ้วแกล้งขยี้ร่องหลืบนั้น เด็กน้อยพยักหน้า ขยับขาอ้ากว้าง ผมเลยสัมผัสได้มากขึ้น

               “อยากให้ฉันทำยังไงดีล่ะ”

               “อื้อ หนูอยาก อ๊า อยากให้อาหมอเอานิ้วเข้าไปข้างใน”

               “หึ...”

               เจ้าตัวน้อยหันมาอ้อนผม ผมเองก็ทนไม่ไหว จึงแยงนิ้วเข้ารูร้อน ความอุ่นร้อนตอดรัดนิ้วผม จนผมรู้สึกเสียวไปทั้งลำควย ถ้าเป็นจากนิ้วเป็นควย คงจะดีไม่น้อย แต่ในตอนนี้ใกล้จะหลุดพ้นจากจุดนี้แล้ว ทำให้ผมเริ่มกระดกนิ้วควานภายในรูฉ่ำเยิ้มนั้น เด็กน้อยครางกระเส่า แอ่นสะโพกโยกหีเข้าหานิ้ว

               “อ่า...เสียวมากสินะ”

               “ฮืออ หนูเสียว อะ อ๊า”

               แม่งเอ้ย อยากจะจับแยกขา แล้วเย็ดมันตรงนี้เลยจริง ๆ แต่ผมก็ต้องกลั้นใจเอาไว้ เพราะต้องใช้สมาธิกับการขับรถ ผมตัดสินใจถอนนิ้วออก เจ้าตัวน้อยปรือตามองอย่างอารมณ์ค้าง

               “หึ...ช่วยตัวเองรอฉันก่อนแล้วกัน”

               เด็กน้อยเหมือนอยากจะร้องไห้ แต่ความเงี่ยนก็มากเกินกว่าที่คิด เพราะเจ้าตัวคงจะรู้ว่าผมเองก็ต้องขับรถ ถ้าให้ขับรถมือเดียวมันก็ได้อยู่ แต่ผมก็กลัวตัวเองจะพุ่งเข้าไปจับเด็กเย็ด จนต้องแวะข้างทางน่ะสิ

               “อะ อื้อ หนู...หนูจะอดทน”

               ผมเห็นสายน้ำเอาขาบดเบียดกัน มือไม่ได้แตะต้องลำควยของตัวเอง เห็นแล้วดูน่าสงสาร คงจะอายถ้าจะช่วยตัวเองในรถแบบนี้ แต่นั่นยิ่งทำให้ผมเงี่ยน ท่าทางอดกลั้นทรมาน มันยิ่งน่ารัก น่ารังแก พอหลุดจากบริเวณที่รถติด ผมแทบจะเหยียบคันเร่งจนมิด ใจพุ่งทะยานไปถึงบ้านตัวเองแล้ว

               จากที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะทำอะไรให้อีกฝ่ายกินก่อน  ผมขอกินอีกฝ่ายก่อนแล้วกัน

               เป็นเด็กเป็นเล็ก แต่มาทำให้ผู้ใหญ่หมดความอดทนแบบนี้ได้ยังไง

               เอี๊ยดดด!

               รถยนต์หยุดจอดที่โรงจอดรถในบ้าน ยามที่ตะวันตกดิน ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด ผมหันไปมองเจ้าตัวน้อยที่ตาแดงก่ำ ควยแข็งขืนน้ำเงี่ยนไหลเยิ้ม อยากจะเสร็จ แต่ก็เหมือนจะไม่กล้า

               “ให้ตายเถอะ!”

               ท่าทางยั่วเย็ดขนาดนี้ ใครมันจะไปรอเข้าบ้านไหว ผมรั้งกระชากสายน้ำมารับจูบจากผม อีกฝ่ายก็สมยอม เปิดปากให้ผมได้แทรกลิ้นเข้าไปสำรวจความหวานข้างใน ผมลูบไล้บีบเค้นไปทั่วร่างเล็ก ถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากให้มันปกปิดร่างกายที่แสนร่านราคะตรงหน้าอีกต่อไป

               ภายในรถมีเพียงแสงไฟที่ผมเปิดขึ้น ถึงมันจะไม่ชัดเท่ากับไฟในบ้าน แต่ผมก็ได้เห็นเรือนร่างแสนเร้าอารมณ์นี้ ดวงตาคู่สวยกำลังมองผมอย่างออดอ้อน

               “หนู...คิดถึงอาหมอ”

               “ฉันก็คิดถึงเธอ...”

               ไม่รู้ว่าด้วยแรงอารมณ์ หรือความต้องการแต่ผมก็กระซิบบอกออกไป มือขยับไปบีบเค้นหน้าอกนุ่ม ดึงหัวนมน้อยเบาๆ สายน้ำครางแผ่ว ใช้มือโอบคอผม

               “อาหมอ...หนูไม่ไหวแล้ว อาหมอ...ช่วยหนูนะ”

               “เธอก็ต้องช่วยฉันเหมือนกัน”

               ใช่คนเดียวหรือไงที่ไม่ไหว ผมเองก็ปวดควยจนแทบบ้า อยากจะจับเย็ดให้หีปลิ้น ให้สาสมกับความขี้ยั่ว และน่าเย็ดของอีกฝ่าย ผมขยับมือไปสัมผัสกับควยเล็ก ก่อนจะเคลื่อนต่ำไปเล่นกับหีน้อย ๆ ที่ฉ่ำเยิ้ม

               “อะ อ๊า อาหมอครับ  อื้อ”     

               “เสียวหีก็บอกมา ซี๊ดด เธอก็จับควยฉันด้วยสิ”

               ผมขยับมือไปปรับเบาะรถให้เอนนอน  เจ้าตัวน้อยนอนราบ แยกขาออกกว้าง ส่วนผมเองก็เคลื่อนขยับไปขึ้นคร่อมร่างเล็ก ถึงมันจะลำบากตอนไหน แต่เพราะความต้องกันมีมากกว่า ทำให้ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

               “ควยอาหมอ...อึก ใหญ่จัง”

               “ซี๊ดดด อย่าเอาแต่ลูบผ่านกางเกงสิ  เธอควรจะทำมากกว่านั้น”

               พอบอกแบบนั้น สายน้ำก็ทำตามที่บอกจริง ๆ มือเล็กกำลังปลดกางเกงของผม ผมเห็นท่าทางเงอะงะนั้นแล้ว จึงตัดสินใจช่วย ผมถอดกางเกงทิ้งลงไปกับพื้น ทำให้ตอนนี้ช่วงล่างของผมไม่เหลืออะไร ควยกำลังตั้งชี้หน้าอีกฝ่าย มันสั่นกระตุกเพราะความเงี่ยน

               “อะ อื้อ อ๊า”

               “อยากให้ฉันทำอะไร”

               ผมจับเรียวขาแยกออก ให้เกี่ยวเอวตัวเอง ถูควยไปกับร่องหีฉ่ำเยิ้ม อยากจะดูดเลียหีหวาน ๆ เสียก่อน แต่ตอนนี้คงไม่ทันเวลา เพราะผมทนความเงี่ยนมานานพอสมควร ถึงอยากจะมุดควยเข้าไปในหีตรงหน้า แต่ก็อยากฟังเสียงออดอ้อนจากอีกฝ่าย ผมถึงได้อดทนแบบนี้

               แขนเล็กโอบกอดผม สายตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำ

               “เย็ดหนู...อะ อ๊า อาหมอ อื้ออ”

               แค่ประโยคสั้นๆที่แผ่วเบา ก็ทำให้ผมขาดสติเสียแล้ว ผมกดลำควยเข้าไปในร่องฉ่ำเยิ้ม ความอุ่นร้อนและเปียกชุ่ม มันดีมากจริง ๆ ผมซูดปาก รั้งเจ้าตัวเล็กมารับจูบ กดกระแทกควยเข้าไปจนสุดลำ

               “อะ อื้อ อาหมอ หนูจุก”

               “ผ่อนคลายหน่อย หีรัดควยจนแทบขาดแบบนี้ ฉันขยับไม่ได้หรอกนะ”

               ผมงับเม้มปากนุ่ม กดจูบไปทั่วใบหน้าน่ารัก เหมือนสายจะเกร็งกว่าที่ผมคิด อาจเป็นเพราะเราไม่ได้ทำกันมาหลายวัน ข้างในตัวเด็กตรงหน้าถึงบีบรัดขนาดนี้ พอเริ่มรู้สึกว่าเด็กน้อยผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง ผมก็ไม่คิดจะรออีกต่อไป

               “ตอดควยแบบนี้ คงจะหิวควยมากใช่ไหม”         

               “อะ อ๊า หนูหิวควยอาหมอ หนูชอบจัง อาหมอครับ เย็ดหนูแรง ๆ อะ อ๊า”

               “ซี๊ดด เด็กร่าน มาขอให้ควยเย็ดหีได้ยังไง เธอกลายเป็นเด็กร่านขนาดนี้ได้ยังไง”

               สวบ สวบ สวบ

               ไม่คิดเลยว่าไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน เจ้าตัวน้อยก็อ้อนควยผมขนาดนี้ แต่นั่นทำให้ผมพอใจมาก ที่เจ้าตัวเสพติดผมจนร่านไร้ยางอาย เด็กน้อยกำลังแอ่นหีสู้ควย ผมตอกควยให้มุดเข้ารูหีซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างน้อยต้องแตกน้ำควยเข้ารูหีร่าน ๆ นี้สักรอบ ก่อนจะพาออกจากรถ

               “อะ อ๊า อาหมอ อื้อ”

               “อ่า...ชอบไหมล่ะ ควยที่เย็ดแรง ๆ แบบนี้ ดูสิ น้ำหีเยิ้มจนเปียกควยฉันไปหมด ซี๊ดด เด็กร่าน ขมิบหีสู้เหรอ ได้...ฉันจะเย็ดให้หีแหกเลย”

               “อะ อิ๊ หนูอยากหีแหก อยากโดนควยอาหมอเย็ดจนหีแหก”

               แค่ฟังคำพูดไร้สติของอีกฝ่าย ผมก็แทบเสร็จสม ผมรั้งกายน้อยมากอด แล้วตอกควยเข้าหีหนักหน่วง ความเสียวกระสันซัดเข้ามาในร่างกายอย่างต่อเนื่อง ผมกดกระแทกเข้าไปลึกจนสุดโคน แช่ลำควยเอาไว้ในรูร่านนั้น ปลดปล่อยน้ำเชื้อเข้าไปในร่างน้อย จนเจ้าตัวร้องครางลั่น

               “อะ อุ่น...จัง”

               ดวงตาคู่สวยปรือปรอยมองผม เจ้าตัวน้อยเผยรอยยิ้มเคลิบเคลิ้ม ผมโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้ แล้วกดจูบหนักๆ  จะทำตัวน่ารัก  น่าเย็ดไปถึงไหน

               ผมถอดถอนควยออกจากออกจากร่างเล็ก แม้จะอยากแช่ไว้ตลอดเวลา แต่เพราะต้องลงจากรถ ทำกันในรถมันตื่นเต้นเร้าใจก็จริง แต่มันทำได้ไม่เต็มที่ ผมดึงรั้งสายน้ำลงมา ร่างกายเล็กที่อ่อนปวกเปียก ทำให้ผมตัดสินใจอุ้มอีกฝ่ายในท่าอุ้มแตง สายน้ำกอดคอผมเอาไว้ เพราะกลัวตก ลำควยที่เพิ่งปลดปล่อยน้ำเชื้อไป เริ่มแข็งอีกครั้ง เพราะผมได้กลิ่นหอมหวานจากตัวอีกฝ่าย ไหนจะน้ำควยที่เยิ้มจนเลอะออกมาที่ผมสัมผัสได้ตอนที่อุ้มสายน้ำออกมา

               “อะ อื้อ อาหมอ...”

               สายน้ำเหมือนตกใจที่ผมจับควยยัดหีเข้าไปอีกรอบ เด็กน้อยตาเหลือก เพราะท่านี้ทำให้ควยเข้าไปได้ลึก การที่มีน้ำเงี่ยนอยู่ข้างใน ทำให้ผมสอดควยเข้าไปได้ง่ายขึ้น

               “แฮก แฮก ถ้ามีคนเห็น”

               “กลัวเหรอ”

               ตอนนี้พวกเราอยู่ที่สนามหน้าบ้าน เด็กน้อยซุกไหล่ผม ผมหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู ช่วงเวลาแบบนี้คงไม่มีใครมาผ่านหน้าบ้านผม แต่เจ้าตัวคงไม่รู้ จึงได้ทั้งกลัว ทั้งอาย ผมยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินเข้าไปในบ้าน ทั้งที่ยังอุ้มอีกฝ่ายไว้และควยเชื่อมติดกับหีแบบนี้

               “อะ อื้อ ลึก...เสียวหี หนูเสียว”                            

               “ซี๊ด ฉันจะทำให้เธอเสียวกว่านี้อีก เด็กร่าน”

               ผมเดินเข้ามาหยุดในบ้าน แล้วดันร่างน้อยติดกำแพงบ้าน แยกขาเรียวให้อ้ากว้างกว่าเดิม แล้วเริ่มตอกควยให้มุดหีร่านถี่ยิบ

               “อะ อ๊า อาหมอ อ๊า”

               “เสียวไหม อ่า เสียวควยฉิบ สุดยอด หีแฉะจนควยลื่นไปหมด”

               “อะ อื้อ ปวดฉี่ อาหมอ หนูปวดฉี่”

               “โดนเย็ดจนปวดฉี่เลยเหรอ”

               ควยคงกระแทกลึกไป ไม่ก็เพราะเราอยู่กันบนรถนานไป ทำให้เจ้าตัวเล็กปวดฉี่ ผมก็ไม่ได้ใจร้าย เดินอุ้มแตง กระเด้าควยไปตลอดทาง จนถึงห้องน้ำ แล้วปล่อยให้สายน้ำลงยืนบนพื้น กายเล็กหันเข้าหาชักโครก ส่วนผมนั้นก็ยิ้มร้าย จับกลีบหีแหวกออก แล้วจ่อควยไปที่รูหีอีกครั้ง

               สวบ!

               “อ๊า!!!”

               ในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังฉี่ ผมก็กระเด้าเย็ดจากด้านหลัง มือน้อยทั้งสองเกาะชักโครกเอาไว้ ลำควยน้อยสะบัดส่ายฉี่กระเซ็นไปมา

               “ฉี่เลอะเทอะแบบนี้ได้ยังไงหืม”

               ผมก้มลงไปงับติ่งหูเล็ก แขนรวบกอดคอขาวไว้ กระเด้าควยใส่หีอย่างหนักหน่วง ผมเห็นสายน้ำสีเหลืองไหลส่ายสะบัด เสียงหวานดังลั่น

               “อ๊า อาหมอ...อย่าเย็ดหนู หนู ฮือ ฉี่หนูมัน...”

               ใช่แล้ว เพราะโดนผมเย็ดไปด้วย ทำให้เจ้าตัวฉี่ได้ลำบาก แต่มันก็เร้าอารมณ์ผม จนผมหยุดไม่ได้ ควยน้อยสั่นสะบัดไปตามแรงกระแทก ยิ่งผมเย็ดแรง ฉี่ก็ยิ่งพุ่ง

               “แฮกๆๆๆ”

               “หายปวดฉี่แล้วสินะ”

               ตอนนี้พื้นห้องน้ำเลอะเปียกไปด้วยน้ำสีเหลือง กลิ่นปัสสาวะของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้ผมนึกรังเกียจ ในทางตรงกันข้าม มันกลับยิ่งกระตุ้นให้ผมเงี่ยน เร่งกระเด้าควยเข้าไปหนักขึ้น

               “อ๊า อาหมอ”

               “ซี๊ดดด อยากให้ฉันแตกน้ำควยใส่หี หรือว่าใส่ก้นเธอดีล่ะ”

               “หนู....หนูชอบหมดเลย”

               คำตอบแสนน่ารัก ทำให้ผมได้ใจ ผมตัดสินใจถอดควยออกจากรูหีข้างหน้า แล้วมาจ่อควยที่เปียกเยิ้มไปกับรูก้นด้านหลัง ให้ตายเถอะ...ทั้งแน่น ทั้งแคบ เสียวควยสุดๆ

               “อะ อ๊า!!!”

               อาจเพราะผมไม่ได้เบิกทางก่อน มันถึงเข้าได้ยาก แต่ความเงี่ยนตอนนี้ไม่คิดจะหยุดอีกต่อไป ผมตอกควยไปจนสุดลำ แช่ตัวไว้เพียงแค่ไม่นาน ผมก็น้ำแตกคารูด้านหลังเสียแล้ว

               .

               .

               .

               ผมมองเจ้าเด็กตัวน้อยที่กำลังอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวใหญ่ เสื้อผ้าที่สายน้ำสวมนั้นเป็นเสื้อของผม ส่วนของอีกฝ่ายนั้นยังทิ้งไว้ในรถ ผมเดินเข้าไปใกล้เด็กตัวหอมที่อาบน้ำเสร็จแล้วที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งหลังจากที่โดนผมเย็ดในห้องน้ำ ผมล้วงมือไปใต้เสื้อ สัมผัสกับผิวกายเนียนนุ่ม

               “ฉันนึกว่าเธออยากให้ฉันทำอาหารให้กินซะอีก”

               “อาหมอทำงานมาทั้งวันแล้วนี่ครับ น้ำกลัวอาหมอเหนื่อย”

               “งั้นกินเธอแทนแล้วกัน”

               ผมแกล้งงับกัดคอขาว มือขยับมาขยี้หัวนมสวย เสียงครางแผ่วนั้น กระตุ้นให้ผมมีอารมณ์ วันนี้ผมยังไม่ได้ซดน้ำหีหวาน ๆ จากอีกฝ่ายเลย เพราะเอาแต่สอดควยเย็ดอย่างเดียว ทำให้ไม่ค่อยได้แทะโลมร่างกายแสนหวานนี้

               “อะ อื้อ อาหมอ...อย่าครับ อาหมอเพิ่งทำไป”

               “ไหนบอกอยากหีแหก”

               แก้มทั้งสองแดงก่ำ เจ้าตัวคงเงี่ยนจนพูดออกมาไม่ทันคิด โดนเย็ดแค่นั้นจะไปหีแหกได้ยังไง ต้องโดนผมเย็ดทั้งคืนต่างหาก แต่ที่ยอมหยุดก็เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะหิวข้าว

               เสียงสายเรียกเข้า เหมือนช่วยชีวิตอีกฝ่ายเอาไว้ สายน้ำรีบรับโทรศัพท์ คนที่โทรเข้ามาเป็นพนักงานส่งอาหาร หลังจากวางสาย คนตัวเล็กก็เงยหน้ามาหาผม

               “เดี๋ยวน้ำไปรับพิซซ่านะครับ”

               บอกเสร็จก็รีบลุกไปทันที ผมขมวดคิ้วฉับ ความขุ่นมัวเกิดขึ้นในใจ เมื่อเห็นต้นขาขาวโผล่พ้นเสื้อตัวใหญ่ชัดเจน แต่งตัวแบบนี้ แต่จะลงไปหาผู้ชายเนี่ยนะ

               “ไม่ต้อง! ฉันไปเอง”

               “แต่ว่า...”

               “ไม่มีแต่”

               ผมตัดบทด้วยเสียงนิ่ง ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ถึงจะเห็นสายตาหงอย ๆ เหมือนลูกหมาถูกดุ แต่ผมก็ไม่คิดจะเปลี่ยนใจหรอก

               นั่นเป็นความคิดที่ถูกต้อง เพราะพนักงานส่งอาหารตรงหน้าผม เป็นเด็กวัยรุ่นชาย น่าจะอายุพอ ๆ กับสายน้ำ ถ้าเจ้าตัวลงมาสภาพนั้น ก็ไม่อยากจะคิดเลยว่า จะเป็นยังไงบ้าง อาจจะถูกคนอื่นมองอย่างแทะโลม และนั่นเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบ

               คนที่จะเห็นร่างกายแสนน่ารักเย้ายวนนั้นได้ ต้องมีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น

               “อาหมอ...”

               พอเข้ามาในบ้าน ก็เห็นเจ้าตัวเล็กนั่งอยู่ที่โซฟา สายตาดูหงอย เช่นเดิม ผมเดินเข้าไปหา แล้ววางถุงพิซซ่าตรงโต๊ะที่อยู่หน้าอีกฝ่าย

               “อาหมอโกรธอะไรน้ำหรือเปล่าครับ”

               “เธอไม่รู้ตัวได้ยังไง”

               “อาหมอบอกน้ำได้ไหมครับ”

               ผมหย่อนกายนั่งลงข้าง ๆ ยิ่งเห็นขาขาว ผมก็ยิ่งหมั่นเขี้ยว คิดจะแต่งตัวล่อเสือ ล่อตะเข้แบบนี้ออกไปหาคนอื่นเหรอ

               “หึ...”

               ผมตอบคำถามนั้น โดยการวางมือบนต้นขาขาวเนียน ลูบไล้มันเบา ๆ จนคนข้างกายสะดุ้ง เพราะผมกำลังเคลื่อนมือสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนไปถึงซอกขาขาว สายน้ำหน้าแดง

               “รู้หรือยัง”

               ใบหน้าน่ารักพยักหน้าหงึก ๆ นั่นทำให้ผมคลายอารมณ์หงุดหงิดลงมาได้บ้าง

               “น้ำขอโทษครับ อาหมอหายโกรธนะ”

               “ใครบอกว่าฉันโกรธเธอ”

               “ไม่รู้แหละ น้ำขอโทษ อาหมอดีกับน้ำนะ”

               แขนเล็กกอดแขนผม ผมมองท่าทางออดอ้อนที่มาพร้อมกับสายตา แล้วพาให้ใจอ่อนยวบ จนต้องรั้งใบหน้าน่ารักนั้นมารับจูบอีกสักรอบ

               “น้ำหิว...น้ำกินพิซซ่าแล้วนะครับ”

               เพิ่งรู้ว่าเด็กตรงหน้าหนีความเขินอายจากการจูบด้วยการพยายามเปลี่ยนเรื่อง เห็นแล้วอยากจะจับฟัด ในยามที่เจ้าตัวลุกขึ้นโน้มตัวไปหยิบกล่องพิซซ่า ทำให้ผมเห็นก้นขาวกลมสวยที่น่าฟัด น่ากัด

               “อาหมอ ไม่กินเหรอครับ”

               “กินสิ...แต่ขอกินน้ำหวานก่อน”

               “น้ำหวาน”

               ในแก้มกลมกำลังเคี้ยวพิซซ่าตุ้ย ๆ ดูเอร็ดอร่อยเหมือนกับพวกกระรอกตุนอาหารไว้ในแก้ม ถ้าเปลี่ยนจากตุนอาหารเป็นตุนน้ำควยในปาก ก็คงจะดีไม่น้อย

               “อะ อ๊ะ อาหมอ จะทำอะไรครับ”

               ผมจับเด็กน้อยให้ลุกขึ้นยืน เบื้องหน้าผมคือใจกลางลำตัวที่ถูกเสื้อตัวใหญ่ปิดไว้  ผมตัดสินใจทำเรื่องน่าอาย แต่ตอนนี้ผมไม่สน เพราะทนรอไม่ไหวแล้ว  ผมอยากกลืนกินเด็กน่ารักตรงหน้าไปทั้งตัว

               “อะ อื้อ อาหมอ”

               ผมแลบเลียท่อนควยลำเล็กที่อ่อนนุ่ม สูดดมกลิ่นหอมหวาน ไม่นานมันก็แข็งตัว สายน้ำครางแผ่ว ขาสั่นระริก

               “อาหมอ...ไม่กินพิซซ่ากับหนูเหรอ อ๊า อ๊า”

               “ฉันอยากกินตรงนี้...หวานเหลือเกิน”

               ความหลงใหลในตัวของเด็กคนนี้ ผมจะทำยังไง ถึงจะหยุดมันได้ จมูกบดเบียดดมกลิ่นเด็กอย่างชอบใจ ผมลากจมูกต่ำลงมาที่ร่องเยิ้ม ตวัดลิ้นเลียหีที่เริ่มแฉะ เพราะถูกผมปลุกเร้า ดูเหมือนเจ้าตัวน้อยจะเริ่มยืนไม่ไหว ผมจึงตัดสินใจอุ้มอีกฝ่ายให้นอนลงบนโซฟา ในมือเล็กยังถือพิซซ่า

               “หิว....ก็กินพิซซ่าไปสิ”

               “หนูก็จะกินได้ยังไง ก็อาหมอ อ๊า ตรงนั้น อื้อ อาหมออย่าสิครับ”

               “ไม่ใช่ว่าชอบให้เล่นเหรอ...รู้ไหม ว่าหีเธอเยิ้มขนาดไหน โดนเย็ดไปแล้ว แต่ก็ยังร่านควยไม่เลิก แผลบ แผลบ”

               ผมถลกเสื้อของสายน้ำ ทำให้เห็นทุกอย่างชัดเจน หีสวยในยามนี้บวมขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเจ้าตัวโดนผมเย็ดไปสองน้ำ รูหีที่ควรปิดสนิท กลับเป็นรูโบ๋เล็ก ๆ เห็นแล้วมันเร้าอารมณ์ จนต้องลงลิ้นปาดตวัดไปมา

               “อะ อื้อ อ๊า”

               สายน้ำเหมือนจะทนกินพิซซ่าต่อไม่ไหว เจ้าตัววางชิ้นพิซซ่าคืนกล่อง แล้วเลื่อนมือมาขยุ้มผมของผมแทน ก้นกลมกระดกขึ้น แอ่นหีให้ผมเลียดูด

               “อ๊า อะ อิ๊”

               “เสียวมากเหรอหืม...น้ำหีไหลเยิ้มเลย” ผมหยุดลงลิ้น แล้วจ้องภาพลามกตรงหน้า รูหีกำลังขมิบอ้าหุบยั่วยวน

               “หนูชอบลิ้นอาหมอ อาหมอเลียหีหนูอีก อื้อ มันเสียวมากเลย”

               ท่าทางร่านร้อนที่กระดกหีเบียดปากผม ยิ่งทำให้ผมหิวน้ำหวานตรงหน้า ผมทั้งดูด ทั้งเลีย ยกซดน้ำหีที่ไหลเยิ้ม กายน้อยสั่นระริก ควยตั้งชี้ ดูท่าจะเงี่ยนมาก ผมแยงนิ้วเข้าไปในรูก้น  ปลุกเร้าทั้งรูหน้า รูหลัง  จนสุดท้ายกายเล็กก็กระตุกเกร็ง ปลดปล่อยน้ำควยออกมา ผมก้มไปดูดเลียน้ำขาวขุ่นนั้นอย่างไม่รังเกียจ ก่อนจะขยับกายขึ้นไปกดจูบแก้มนุ่ม สายน้ำหอบน้อย ๆ ดวงตาคู่สวยที่ปรือมองผมมันเหมือนสะกดให้ผมโงหัวไม่ขึ้นจากเด็กคนนี้  อยากครอบครอง อยากเป็นเจ้าของแค่เพียงคนเดียว จนปากขยับถามออกไปตามที่ใจต้องการโดยไม่ทันได้ใช้สมองด้วยซ้ำ

               “เธออยากคบกับฉันหรือเปล่า”

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สารบัญ ฉาก CUT

คุณหมอครับ...ผมไม่อยากเป็นผู้หญิง Ep.12 (END) คำเตือน rude words,intersex, dirty talk, on top, creampie

คุณหมอครับ...ผมไม่อยากเป็นผู้หญิง Ep.11 คำเตือน intersex, dirty talk, sex toy, creampie